เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสายตายาว พร้อมวิธีป้องกันแบบง่ายๆ !

สุขภาพครอบครัว

เมื่ออายุมากขึ้นหลายคนเชื่อว่าอาการสายตายาวก็มักจะตามมา  จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ครั้งนี้พวกเราทีมงานได้รวบรวม เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสายตายาว พร้อมวิธีป้องกันแบบง่ายๆ ! มาฝากไว้ที่นี่ เพราะเราจะมาบอกถึงรายละเอียดที่เกี่ยวกับอาการสายตายาว พร้อมทั้งวิธีป้องกันและรักษาให้คุณได้ทราบ และแน่นอนว่ามันจะต้องมีประโยชน์ต่อการบำรุงรักษาสุขภาพดวงตาของคุณอย่างแน่นอน ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับสิ่งที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ Credit :  Maskot / Getty สายตายาว (hyperopia) เป็นข้อบกพร่องด้านการมองเห็นทั่วไปที่ทำให้โฟกัสไปที่วัตถุที่อยู่ใกล้ได้ยาก ผู้ที่มีภาวะสายตายาวเกินอย่างรุนแรงสามารถเพ่งความสนใจไปที่วัตถุที่อยู่ห่างไกลเท่านั้น หรือไม่สามารถโฟกัสได้เลย ผู้ที่มีสายตายาวสามารถมองเห็นวัตถุที่อยู่ไกลได้ดีกว่าวัตถุที่อยู่ใกล้ มันเกิดขึ้นเมื่อลูกตาหรือเลนส์สั้นเกินไปหรือกระจกตาแบนเกินไป หรือที่เรียกว่าสายตายาวหรือสายตายาว มันสามารถพัฒนาได้เมื่อกล้ามเนื้ออ่อนแรงลง ตั้งแต่อายุประมาณ 40 ปีเป็นต้นไป หรือที่เรียกว่าสายตายาวตามอายุ หรือมีอยู่ตั้งแต่แรกเกิด อาการแสดง สำหรับอาการและอาการแสดงที่พบบ่อยที่สุดของสายตายาว คือ วัตถุที่อยู่ใกล้เคียงดูพร่ามัว บางคนอาจต้องเหล่ตาหรือขยี้ตาจึงจะมองเห็นได้ชัดเจน บางครั้งอาจมีอาการปวดหัวหรือรู้สึกไม่สบายเกิดขึ้นหลังจากอ่านหรือเขียนเป็นเวลานา อาการปวดตาพัฒนาไปสู่การปวดในหรือรอบดวงตาได้ บุคคลที่สายตายาวนั้นจะไม่สามารถรับรู้ความลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาวะตาอื่น ๆ ที่ทำให้ไม่ได้รับการรักษาสามารถพัฒนาได้ เช่น ตาขี้เกียจหรือตาเหล่ ที่เรียกว่าตาเหล่ สาเหตุ ตามนุษย์สองส่วนทำให้สามารถโฟกัสได้กระจกตาคือ ส่วนหน้าที่ชัดเจนของดวงตาที่รับและโฟกัสแสงเข้าตา เลนส์มีโครงสร้างโปร่งใสภายในดวงตาที่โฟกัสลำแสงไปยังเรตินา และเรตินาเป็นชั้นของเส้นประสาทที่อยู่ด้านหลังดวงตาที่รับแสงและส่งแรงกระตุ้นผ่านเส้นประสาทตาไปยังสมอง เส้นประสาทตาเชื่อมต่อตากับสมองและนำสัญญาณแสงที่เน้นเหล่านี้ซึ่งเกิดจากเรตินาไปยังสมอง  สมองจึงตีความเป็นภาพรูปร่างที่เหมาะสมที่สุดสำหรับดวงตาคือความโค้งที่เรียบสนิทของกระจกตาและเลนส์ ความยาวและรูปร่างของลูกตาต้องเหมาะสมที่สุดสำหรับการมองเห็นที่สมบูรณ์แบบ กระจกตาและเลนส์หักเหหรือหักเหแสงที่เข้ามา เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น ภาพจะถูกโฟกัสไปที่เรตินาอย่างคมชัด สายตายาวเกิดขึ้นเมื่อแสงหักเหไม่ถูกต้อง […]

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับลูคีเมีย พร้อมวิธีป้องกัน ที่ควรใส่ใจ ! 

สุขภาพครอบครัว

สำหรับโรคลูคีเมียที่ใครหลายคนมักจะหวาดกลัวกันอยู่เสมอและคงไม่มีใครอยากจะเผชิญกับโรคร้ายนี้กันอย่างแน่นอนจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ครั้งนี้พวกเราทีมงานได้รวบรวม เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับลูคีเมีย พร้อมวิธีป้องกัน ที่ควรใส่ใจ ! มาฝากคุณกันไว้ที่นี่เพราะเราเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งข้อมูลดีๆ สำหรับเป็นประโยชน์ในการดูแลสุขภาพให้กับตัวคุณและคนที่คุณรัก ซึ่งในครั้งนี้เราจะมาบอกถึงรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวกับโรคลูคีเมียพร้อมบอกถึงสาเหตุและวิธีป้องกันให้คุณพี่ทราบและเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับเรื่องราวที่น่าสนใจกันได้เลยดังต่อไปนี้   มะเร็งเม็ดเลือดขาวเป็นมะเร็งในเลือดหรือไขกระดูก ซึ่งได้ผลิตเซลล์เม็ดเลือดออกมา มะเร็งเม็ดเลือดขาวจะเกิดขึ้นต่อเมื่อการผลิตเซลล์เม็ดเลือดมีปัญหา มักส่งผลต่อเม็ดเลือดขาวหรือเซลล์เม็ดเลือดขาว มะเร็งเม็ดเลือดขาวมักส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีอายุมากกว่า 55 ปี แต่ก็เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ประมาณการว่ามีผู้ป่วยราวๆ 60,650 คน  ในสหรัฐอเมริกาจะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวในปี พ.ศ. 2565 นี้  นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่ามะเร็งเม็ดเลือดขาวจะทำให้มีผู้เสียชีวิต 24,000 รายในปีเดียวกัน มะเร็งเม็ดเลือดขาวมีหลายประเภท และแนวโน้มของการเกิดก็จะขึ้นอยู่กับประเภท มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็วและแย่ลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน แต่มะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังจะแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป สาเหตุของการเกิด มะเร็งเม็ดเลือดขาวจะพัฒนาเมื่อความเสียหายเกิดขึ้นกับ DNA ของการพัฒนาเซลล์เม็ดเลือด ส่วนใหญ่เป็นเซลล์สีขาว ทำให้เซลล์เม็ดเลือดเติบโตและแบ่งตัวอย่างควบคุมไม่ได้ โดยปกติ เซลล์เม็ดเลือดที่แข็งแรงจะตายหลังจากนั้นไม่นาน และเซลล์ใหม่จะพัฒนาในไขกระดูกแทนที่เซลล์เหล่านั้น ในมะเร็งเม็ดเลือดขาว เซลล์เม็ดเลือดจะโตเร็วเกินไปแบบผิดปกติ ไม่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ตายแบบธรรมชาติในวงจรชีวิตของมนุษย์ แต่กลับใช้พื้นที่มากขึ้นแทนอย่างน่าประหลาดใจ เมื่อไขกระดูกสร้างเซลล์มะเร็งมากขึ้น เซลล์เหล่านั้นก็เริ่มทำให้เลือดแออัด ป้องกันไม่ให้เซลล์เม็ดเลือดขาวที่แข็งแรงเติบโตและทำงานได้ตามปกติ สิ่งนี้ยังส่งผลต่อเกล็ดเลือดและเซลล์เม็ดเลือดแดงได้ ซึ่งในที่สุด เซลล์มะเร็งจะมีจำนวนมากกว่าเซลล์ปกติในเลือด และนี่คือสาเหตุของการเกิดโรค ปัจจัยเสี่ยง ผู้เชี่ยวชาญมักไม่ทราบว่าเหตุใดมะเร็งเม็ดเลือดขาวจึงเกิดขึ้น […]

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับต้อกระจก พร้อมวิธีป้องกัน ที่ควรบอกต่อ !

สุขภาพครอบครัว

เมื่ออายุมากขึ้นความเสี่ยงต่อดการเกิดต้อกระจกก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ดังนั้นเราจึงควรใส่ใจกับการดูแลสุขภาพดวงตาของเราให้ดีที่สุด และในครั้งนี้เราจะมาบอกถึง เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับต้อกระจก พร้อมวิธีป้องกัน ที่ควรบอกต่อ ! เพราะเราเชื่อว่าต้องเป็นประโยชน์สำหรับท่านผู้อ่านต้องการทราบถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับโรคต้อกระจกกันอย่างแน่นอน ซึ่งในครั้งนี้เราจะมาบอกถึงรายละเอียดพร้อมกับวิธีป้องกัน และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับสิ่งที่น่าสนใจดังต่อไปนี้   ต้อกระจกเกี่ยวข้องกับการทำให้ตาขุ่นมัว โดยปกติจะใช้เวลาหลายปีในการพัฒนา แต่อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นได้เหมือนกับโรคต้อ การผ่าตัดมักจะสามารถฟื้นฟูการมองเห็นของบุคคลของแต่ละบุคคลได้ ต้อกระจกเป็นสาเหตุของการสูญเสียการมองเห็นที่พบบ่อยที่สุดทั่วโลก พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ขึ้นไป  อย่างไรก็ตามบางคนอาจพัฒนาได้เร็วกว่า เนื่องจากปัจจัยทางพันธุกรรม และบางคนเกิดมาพร้อมกับต้อกระจก รวมถึงสาเหตุอื่นๆ อันได้แก่ การอักเสบ ต้อหิน และเบาหวาน ปัจจุบันมีประมาณ 24.4 ล้านคน คนในประเทศสหรัฐอเมริกามีต้อกระจก เมื่อเกิดต้อกระจกเลนส์ตาจะขุ่นหรือขุ่นมัว แสงไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ง่าย และการมองเห็นจะพร่ามัว เช่น มองผ่านหน้าต่างที่มีหมอก ยิ่งเลนส์มีเมฆมากเท่าใดก็จะยิ่งมองเห็นได้ยากขึ้นเท่านั้น อาการ ต้อกระจกมักจะพัฒนาเป็นเวลาหลายปี บุคคลอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงดังต่อไปนี้ อาการมองเห็นไม่ชัด , เห็นเป็นสองเท่า , การมองเห็นสีเปลี่ยนไป , มีปัญหาการมองเห็นตอนกลางคืน , ไวต่อแสงจ้า เช่น ไฟหน้า , เอฟเฟกต์รัศมีรอบไฟ หากเกิดอาการเหล่านี้ขึ้นคุณจำเป็นจะต้องปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตัดแว่นที่เหมาะสมให้กับคุณหรืออาจปรึกษาเพื่อการใช้คอนแทคเลนส์ที่เหมาะกับดวงตาของคุณ   อาการเหล่านี้บางอย่างสามารถเกิดขึ้นได้กับเงื่อนไขอื่น […]

รู้หรือไม่ เซ็กส์ส่งผลต่อสมองของคุณอย่างไร? หากอยากรู้ที่นี่มีคำตอบ !  

สุขภาพครอบครัว

การมีเพศสัมพันธ์สามารถเพิ่มรสชาติของคืนและวันให้กับเราได้  ซึ่งมันมักจะมากับความตื่นเต้นอันหอมหวานที่ช่วยบรรเทาความเครียดและความกังวลใจได้ แน่นอนว่าเซ็กส์เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นใจว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์พร้อมกับกระชับความสัมพันธ์ให้กับคู่รักได้ดี ในครั้งนี้เราจึจะมาพูดถึง รู้หรือไม่ เซ็กส์ส่งผลต่อสมองของคุณอย่างไร? หากอยากรู้ที่นี่มีคำตอบ !   เราเชื่อว่าข้อมูลดีๆในครั้งนี้จะต้องมีประโยชน์สำหรับท่านผู้อ่านกันไม่น้อยเลยทีเดียว อยากทราบกันแล้วว่าการมีเพศสัมพันธ์มันจะเชื่อมโยงกับสมองของคุณได้อย่างไรต้องอย่ารอช้านะคะเรามารับชมสิ่งที่น่าสนใจไปพร้อมกันได้เลยนะต่อไปนี้  เป็นที่ทราบกันดีว่าการมีเพศสัมพันธ์ส่งผลกระทบต่อวิธีการทำงานของร่างกายส่วนที่เหลือของเรา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสมองถามว่ามันช่วยทำให้การนอนหลับของเราเป็นไปได้อย่างดีเยี่ยม การศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้แสดงให้เห็นว่าสามารถส่งผลต่อปริมาณที่เรากินและการทำงานของหัวใจได้ดีเพียงใด จากการวิจัยหลายๆแห่งเซ็กส์ถูกอ้างถึงว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเผาผลาญแคลอรี โดยนักวิทยาศาสตร์สังเกตว่าความอยากอาหารจะลดลงในผลที่ตามมา นอกจากนี้ การศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Journal of Health and Social Behavior ในปี 2559 พบว่าผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ที่น่าพอใจในชีวิต อาจได้รับการปกป้องจากความเสี่ยงของความดันโลหิตสูงได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้รับ  ผลกระทบของการมีเพศสัมพันธ์ต่อร่างกายหลายอย่างเชื่อมโยงกับวิธีที่งานอดิเรก ซึ่งมีอิทธิพลต่อการทำงานของสมองและการปลดปล่อยฮอร์โมนในระบบประสาทส่วนกลาง ในที่นี้เราจะอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นในสมองเมื่อเราถูกกระตุ้นทางเพศ ดังนั้นเราจะมาดูกันว่ากิจกรรมนี้สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ การเผาผลาญ และการรับรู้ความเจ็บปวดได้อย่างไร กิจกรรมของสมองและการกระตุ้นทางเพศ สำหรับทั้งชายและหญิง การกระตุ้นทางเพศและความพึงพอใจได้รับการพิสูจน์เพื่อเพิ่มกิจกรรมของเครือข่ายสมองที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดและสภาวะทางอารมณ์ สิ่งนี้ทำให้นักวิจัยบางคนเปรียบเทียบเซ็กส์กับสารกระตุ้นอื่น ๆ เช่น ยานอนหลับและแอลกอฮอล์ การกระตุ้นสมองและองคชาต จากการศึกษาปี 2548 โดยนักวิจัยที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยโกรนิงเกนในเนเธอร์แลนด์ ได้ใช้การสแกนเอกซเรย์ปล่อยโพซิตรอน เพื่อตรวจสอบการไหลเวียนของเลือดในสมองของผู้เข้าร่วม สำหรับชายในขณะที่อวัยวะเพศของพวกเขาถูกกระตุ้นโดยคู่ครองเพศหญิง การสแกนแสดงให้เห็นว่าการกระตุ้นอวัยวะเพศชายแข็งตัวนั้น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดใน insula หลัง และเยื่อหุ้มสมองบริเวณซีกขวาของสมองได้ลดลงในต่อมทอนซิลด้านขวา อินซูลา […]

ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับต้อหิน พร้อมวิธีป้องกัน ที่ควรบอกต่อ ! 

สุขภาพครอบครัว

เป็นอีกหนึ่งโรคที่ผู้สูงอายุและใครหลายคนต้องควรระวังอย่างยิ่งสำหรับโรคต้อหิน และค่อนข้างมีความอันตรายหากเราไม่ดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพดวงตาของเราตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งในครั้งนี้เราจะมา ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับต้อหิน พร้อมวิธีป้องกัน ที่ควรบอกต่อ !  และนำข้อมูลดีๆที่เป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพของคุณมาฝาก ในครั้งนี้เราจะมาบอกถึงข้อมูลสำคัญและเรื่องราวที่น่ารู้เกี่ยวกับโรคต้อหิน อีกทั้งจะมาแนะนำถึงวิธีการดูแลดวงตาของคุณให้ปลอดภัยและแข็งแรงอยู่เสมอ หากอยากทราบไปแล้วว่ารายละเอียดที่เราได้นำมาฝากกันในครั้งนี้จะน่าสนใจมากน้อยเพียงใดนั้นต้องอย่ารอช้าค่ะเรามาชมรายละเอียดไปพร้อมกันได้เลยดังต่อไปนี้  โรคต้อหินหมายถึงการสะสมของความดันภายในดวงตา ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทตา ส่วนหน้าของดวงตาจะมีของเหลวใส ซึ่งของเหลวนี้หล่อเลี้ยงดวงตาและให้รูปร่างตาผลิตของเหลวอย่างต่อเนื่องและระบายออกทางระบบระบายน้ำ ถ้าคนเป็นโรคต้อหินของเหลวจะไหลออกจากตาช้าเกินฝากคนปกติ เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นของเหลวจะถูกสะสมจนความดันภายในดวงตาจะเพิ่มขึ้น หากบุคคลเหล่านั้นไม่สามารถจัดการกับความกดดันนี้ได้ อาจทำให้เส้นประสาทตาและส่วนอื่น ๆ ของดวงตาเสียหายได้ ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็น โรคต้อหินมักเกิดกับตาทั้งสองข้าง แม้ว่าอาจส่งผลต่อตาข้างหนึ่งที่รุนแรงกว่าอีกข้างหนึ่ง สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง ผู้เชี่ยวชาญไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุของโรคต้อหิน แต่ภาวะสุขภาพบางอย่างอาจเพิ่มความเสี่ยง  หากบุคคลนั้นเป็นโรคต้อหินในขั้นพื้นฐานจะไม่มีสาเหตุที่สามารถระบุได้ หากพวกเขามีโรคต้อหินแบบทุติยภูมิ แสดงว่ามีสาเหตุแฝง เช่น เนื้องอก เบาหวาน พร่องไทรอยด์ ต้อกระจกขั้นสูง หรือการอักเสบของระบบ High  ปัจจัยเสี่ยงของโรคต้อหิน ได้แก่ สำหรับคนผิวขาวที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป   , สำหรับคนผิวดำและฮิสแปนิกที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ,ผู้มีโรคเบาหวานหรือภาวะสุขภาพอื่น ๆที่มีปัญหา , ผู้ที่ผู้คนในครอบครัวมีประวัติของการเป็นโรคต้อหินอยู่แล้ว , ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บที่ตาหรือได้รับการกระทบกระเทือนมา  , เคยผ่านการศัลยกรรมตา […]

อาหารอะไรบ้างที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก !? หากอยากรู้ที่นี่มีคำตอบ ! 

อาหารเพื่อสุขภาพ

สำหรับใครที่ทราบว่าตัวเองดีว่าร่างกายกำลังต้องการเสริมธาตุเหล็กต้องไม่ควรพลาด เพราะในครั้งนี้เราจะมาพูดถึงอาหารมีประโยชน์และอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก กับหัวข้อที่มีชื่อว่า อาหารอะไรบ้างที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก !? หากอยากรู้ที่นี่มีคำตอบ ! ซึ่งเราเชื่อว่าบทความนี้จะต้องมีประโยชน์สำหรับท่านผู้อ่านที่รักสุขภาพและต้องการรับประทานเฉพาะอาหารที่มีประโยชน์กันอย่างแน่นอน ซึ่งในครั้งนี้เราได้รวบรวมสรรพคุณของอาหารในแต่ละชนิดที่ช่วยเสริมสร้างธาตุเหล็กให้กับคุณมาฝากกันไว้ณที่นี้ และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับสิ่งที่น่าสนใจกันเลย  เนื้อวัว สำหรับอาหารชนิดนี้คงจะต้องถูกใจสำหรับท่านผู้อ่านที่ชื่นชอบการรับประทานเนื้อวัวกันอย่างแน่นอน เนื่องจากในเนื้อวัวนั้นค่อนข้างอุดมไปด้วยธาตุเหล็กอย่างมากมาย ดังนั้นการรับประทานเนื้อสันนอกย่างสเต็กถือเป็นอีกหนึ่งวิธีในการเสริมสร้างธาตุเหล็กให้กับร่างกายของคุณได้แบบง่ายๆ  ซึ่งคุณบริโภคประมาณ 6 ออนซ์ ต่อมื้อคุณก็จะได้รับธาตุเหล็กที่มาถึง 3.2 กรัม   ซึ่งความต้องการของธาตุเหล็กในแต่ละวันนั้นก็ขึ้นอยู่กับอายุและเพศ ซึ่งหากคุณเป็นผู้ชายคุณก็จะต้องการธาตุเหล็กต่อวันประมาณ 8 มิลลิกรัม และหากคุณเป็นผู้หญิงคุณก็ควรจะได้รับธาตุเหล็กประมาณ 18 มก. ต่อวัน  ดังนั้นการบริโภคเนื้อวัวควรเป็นไปในปริมาณที่เหมาะสม และอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าสิ่งเหล่านี้คุณสามารถกำหนดเองได้  สัตว์ปีก สัตว์ปีกไม่ว่าจะเป็นไก่เป็ดหรือแม้แต่ไก่งวงก็รู้แล้วแต่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ชื่อว่าธาตุเหล็กเช่นกัน  สำหรับเป็ดในปริมาณ 3 ออนซ์นั้นจะอุดมไปด้วยธาตุเหล็กที่มากถึง 2.3 mg และไก่งวงในปริมาณที่เท่าเทียมกันคือสามรนั้นจะอุดมไปด้วยธาตุเหล็กที่มากถึง 1 mg. ซึ่งแน่นอนว่าการบริโภคเป็ดย่อมได้รับธาตุเหล็กมากกว่าไก่ แต่อย่างไรก็ตามทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณของธาตุเหล็กที่คุณต้องการรวมไปถึงรสชาติของสัตว์ปีกที่คุณชื่นชอบ  ผักใบเขียวเข้ม หากคุณกำลังมองหาผักแกล้มอาหารแสนอร่อย เราขอแนะนำให้คุณลองรับประทานผักโขมผักคะน้าและกะหล่ำปลีดู  ทั้งนี้เนื่องจากหากเรานี้อุดมไปด้วยธาตุเหล็กในปริมาณที่ค่อนข้างมากดังนั้นหากร่างกายของคุณต้องการเพิ่มสารอาหารธาตุเหล็กผักเหล่านี้ย่อมเหมาะสำหรับคุณ ซึ่งคุณสามารถนำผักมารับประทานได้หลากหลายเมนูไม่ว่าจะเป็นนึ่งผัดหรือแม้แต่ปั่นเป็นน้ำสมูทตี้เพื่อนำมารับประทานในรูปแบบดื่มก็สามารถทำได้อีกทั้งยังมีรสชาติอร่อยแบบชีวจิตด้วย ดังนั้นเราจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนรักสุขภาพหลายๆคนจึงนิยมเลือกดื่มน้ำผักโขมแบบสดๆกันเป็นอย่างมาก   ปลา ขึ้นชื่อว่าปลาแน่นอนว่ามันจะต้องไขมันต่ำและให้ปริมาณโปรตีนที่ค่อนข้างสูง และที่สำคัญคือมีสารอาหารที่เรียกว่าธาตุเหล็กไม่น้อย ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครหลายคนที่กำลังพยายามลดน้ำหนักอย่างจริงจังนั้นจึงหันมาเลือกรับประทานปลากันเป็นอย่างมาก ซึ่งคุณสามารถรับประทานได้ทั้งปลาทูน่า, ปลาแมคเคอเรล ,ปลาแฮดด็อก […]

นมมีประโยชน์แต่เราควรดื่มนมอะไรบ้าง ลึกไม่แต่ลับฉบับคนรักสุขภาพ  ! 

อาหารเพื่อสุขภาพ

เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่านมนั้นค่อนข้างมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอย่างมาก เนื่องจากมันอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณสมบัติในการช่วยบำรุงร่างกายได้อย่างหลากหลาย และในโลกนี้คุณสามารถพบกับนม ได้ทั้งพืชและสัตว์ ในครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ด้วยหัวข้อที่ว่า นมมีประโยชน์แต่เราควรดื่มนมอะไรบ้าง ลึกไม่แต่ลับฉบับคนรักสุขภาพ  !  เพราะเราเชื่อว่าบทความนี้จะต้องเป็นอีกหนึ่งความรู้ดีๆให้กับท่านผู้อ่านที่ชื่นชอบดื่มนม กันอย่างแน่นอนและเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับเนื้อหาสาระที่น่าสนใจกันเลยดังต่อไปนี้  นมวัว  ผู้คนในโลกนี้ย่อมทราบกันดีว่านมวัวนั้นมีประโยชน์มากมาย อีกทั้งยังสามารถดื่มได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ทุกเพศทุกวัย แต่คุณทราบหรือไม่ว่านมวัวคลาสสิคนั้นเป็นแหล่งที่ดีของสารอาหารที่มีมากถึง 3 ชนิด ซึ่งได้แก่วิตามินดี Calcium และโพแทสเซียม ครีมจากนมทั้งหมดที่มีปรืมาณ 86 แคลอรีจะมีไขมันเป็น 0 ต่อถ้วย ซึ่งแน่นอนว่ามันมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากและเป็นตัวเลือกที่ดีของผู้ที่กำลังพยายามลดน้ำหนักอย่างแน่นอน   นมวัว  1% และ 2% นมวัวทั้ง 4 ประเภทนั้น  (ไขมันพร่องมันเนย 1% 2% และทั้งตัว)  อุดมไปด้วยโปรตีนแคลเซียมวิตามิน ในปริมาณเท่ากัน ความแตกต่างอยู่ที่แคลอรี่และไขมัน นมไขมันต่ำ 1% หนึ่งถ้วยมี 102 แคลอรีและไขมันอิ่มตัว 1.5 กรัม นมไขมันต่ำ 2% หนึ่งถ้วยมีไขมันอิ่มตัว 3.1 กรัม ทั้งสองมีความครีมบางอย่างที่ขาดนม หากคุณกำลังพยายามเปลี่ยนไปใช้นมที่ไม่มีไขมัน คุณอาจเริ่มด้วยสิ่งเหล่านี้เพื่อปรับให้เข้ากับความแตกต่างของรสชาติ อีกทั้งยังเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยสำหรับเด็ก […]

ชีสเพื่อสุขภาพ ที่คนลดน้ำหนักก็สามารถรับประทานได้ ! 

อาหารเพื่อสุขภาพ

อาหารสุขภาพมีหลากหลายประเภท แต่คุณทราบหรือไม่ว่าชีสนั้นถือเป็นอีกหนึ่งอาหารที่ก็มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพไม่น้อย ในขณะที่ใครหลายคนอาจพยายามตัดใจจากชีสในขณะที่พวกเขากำลังลดน้ำหนักอย่างหนักหน่วงด้วยเหตุผลที่ว่ากลัวอ้วน และในครั้งนี้เราจะทำให้คุณได้ทราบว่า ชีสเพื่อสุขภาพ ที่คนลดน้ำหนักก็สามารถรับประทานได้ !  เป็นอย่างไร ซึ่งเราชื่อว่าบทความนี้จะต้องเป็นประโยชน์สำหรับท่านผู้อ่านที่กำลังลดน้ำหนักอย่างจริงจังกันอย่างแน่นอน และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณมาทำความเข้าใจกับชีสในแต่ละประเภทกันดังต่อไปนี้  เนยแข็งพามิซาน หากคุณเป็นคนแพ้แลคโตส  อยากให้คุณลองหันมารับประทานพาเมซานชีสดูบ้างอาจจะเพียงครั้งละ 1 ออนซ์ (ขูด) ต่อ 1 เสิร์ฟ ตัวเลือกแลคโตสต่ำนี้ให้โปรตีน 8 กรัม 119 แคลอรี และเพียง 3 คาร์โบไฮเดรต เท่านั้นโดยจะไม่ทำให้คุณต้องรู้สึกปวดท้อง อีกทั้งยังอุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณที่ค่อนข้างสูงซึ่งแน่นอนว่ามีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและช่วยในการบำรุงกระดูกให้แข็งแรงรวมไปถึงสร้างกระดูกได้อีกด้วย ถือเป็นชีสเพื่อสุขภาพที่ค่อนข้างมีความจำเป็นต่อร่างกายไม่น้อย และที่สำคัญคือหากคุณกำลังลดน้ำหนักก็สามารถรับประทานได้ แต่จำเป็นจะต้องจำกัดปริมาณในการรับประทานให้เหมาะสมเท่านั้นเอง   ชีสแพะ สำหรับฉีดแพะแน่นอนว่าเป็นชีสที่ทำมาจากนมแพะ ซึ่งเรียกได้ว่ามีรสชาติที่อร่อยไม่แพ้นมวัวเช่นกันและที่สำคัญคือมันค่อนข้างย่อยง่ายกว่าชีสที่ทำมาจากนมวัวเสียด้วย เนื่องจากมีโปรตีนหลายชนิดที่ดีต่อระบบย่อยอาหารและไม่สร้างความระคายเคืองแก่กระเพาะอาหาร  อีกทั้งยังมีเปอร์เซ็นต์ของกรดไขมันสายกลางที่สูงกว่า ซึ่งมีข้อดีต่อร่างกายในการดูดซึมที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว และไม่กักเก็บจนเกิดการสะสมเหมือนกับไขมันประเภทอื่นๆ ซึ่งมันเหมาะกับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักอย่างแน่นอน  เฟต้า ค่อนข้างหารับประทานได้น้อยในบ้านเราสำหรับชีสเฟต้า  สำหรับชีสชนิดนี้เรียกได้ว่าเป็นชีสที่มีไขมันและแคลอรี่ต่ำอีกทั้งยังมีรสชาติอร่อยซึ่งผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจังมักจะเลือกรับประทาน ในขณะเดียวกัน Sheet Beta นี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินบีและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเค , Vitamin A ,โฟเลต , กรดแพนโทธินิค , […]

“ชา” ที่ดีต่อสุขภาพ มีชาอะไรบ้าง เรื่องน่ารู้สำหรับคนรักสุขภาพ ! 

อาหารเพื่อสุขภาพ

เอาใจแฟนๆที่ชื่นชอบการดื่มชาเป็นชีวิตจิตใจ เพราะเราเชื่อว่าผู้ที่ชอบการดื่มชานั้นมักจะเป็นคนรักสุขภาพกันอย่างแน่นอน และครั้งนี้พวกเราทีมงานก็ไม่ได้ทำให้ท่านผู้อ่านต้องผิดหวังอย่างแน่นอน โดยเราได้รวบรวมเนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับชามาฝากคุณกันไว้ที่นี่ด้วยหัวข้อ  “ชา” ที่ดีต่อสุขภาพ มีชาอะไรบ้าง เรื่องน่ารู้สำหรับคนรักสุขภาพ !  ซึ่งในครั้งนี้เราจะมาบอกถึงสรรพคุณของชาแต่ละชนิดพร้อมกับประโยชน์ที่คุณอาจไม่เคยทราบจากที่ใดมาก่อน เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับสิ่งที่น่าสนใจดังต่อไปนี้กันเลย  อะไรคือความแตกต่าง? ก่อนอื่นเราจะพาคุณมาทราบกันก่อนว่าอะไรคือความแตกต่างของชา เริ่มต้นสำหรับสิ่งที่คุณควรทราบก็คือชาแท้ๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นสีดำ ,สีเขียว ,สีขาวหรือชาอู่หลง และไม่ว่าจะในรูปแบบร้อนหรือเย็น  ล้วนมาจากต้นชา Camellia sinensis ทั้งสิ้น แต่สมุนไพรมาจากการแช่ดอกไม้ ใบไม้ หรือเครื่องเทศต่างๆ ในน้ำร้อนส่วนใหญ่ไม่มีคาเฟอีน โดยคุณสามารถเริ่มต้นจากถุงสำเร็จรูปเพียงเล็กน้อยเดี๋ยวก่อนก็ได้ นอกจากนี้ชาสมุนไพรจะเรียกอีกอย่างว่า “tisanes” ชารอยบอส สำหรับชารอยบอสนั้นมาจากพืชพื้นเมืองในทวีปแอฟริกาใต้ และเครื่องดื่มที่เรียกว่าชาแดงจะปราศจากคาเฟอีน ซึ่งมันมักถูกขนานนามว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระยอดเยี่ยม  นักวิจัยบางคนเชื่อว่าจากการศึกษาที่ได้จากสัตว์ สมุนไพรนี้อาจช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันและช่วยป้องกันมะเร็งได้ พวกเขายังกำลังมองหาว่าจะเป็นประโยชน์ต่อหัวใจของคนหรือไม่ หรือมันสามารถต่อสู้กับโรคเบาหวานหรือไม่ อย่างไรก็ตามหากคุณมีโรคประจำตัว หรือกำลังอยู่ในช่วงบำบัดด้วยคีโม คุณควรปรึกษาแพทย์หากต้องการใช้ชาชนิดนี้ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยต่อร่างกายและโรคของคุณ  ดอกคาโมไมล์ สำหรับชาคาโมมายแน่นอนว่ามันจะต้องทำมาจากดอกคาโมมาย  ผู้คนมักใช้ไม้ดอกนี้เพื่อบรรเทาอาการท้องอืด ก๊าซ ท้องร่วง นอนไม่หลับ และวิตกกังวล เป็นวิธีการที่ใช้กันมาอย่างยาวนานในหลายๆศตวรรษแล้ว งานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่าชาคาโมมายล์อาจช่วยบรรเทาโรควิตกกังวลทั่วไปได้ แต่ไม่มีหลักฐานมากนักที่จะสนับสนุนคำกล่าวอ้างอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตามคุณควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมและคุณไม่ควรดื่มหากคุณแพ้แร็กวีด  เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่ามันอาจมีปฏิกิริยากับยาละลายลิ่มเลือด เช่น วาร์ฟาริน […]

เคมีบำบัดส่งผลต่อร่างกายของคุณหลังการรักษาอย่างไรบ้าง เรื่องน่ารู้ที่ไม่ควรพลาด !  

สุขภาพครอบครัว

เคมีบำบัดส่งผลต่อร่างกายของคุณอย่างไรหลังการรักษา คำถามนี้มักเกิดขึ้นกับใครหลายคนที่ยังไม่ได้ทราบถึงข้อมูลต่างๆเหล่านี้และในครั้งนี้เราจะมาพูดถึง เคมีบำบัดส่งผลต่อร่างกายของคุณหลังการรักษาอย่างไรบ้าง เรื่องน่ารู้ที่ไม่ควรพลาด ! ซึ่งเราเชื่อว่าจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับท่านผู้อ่านที่สนใจในเรื่องของการใช้เคมีบำบัดเป็นอย่างแน่นอน  รวมไปถึงจะมาบอกถึงรายละเอียดในการปฏิบัติตัวระหว่างการรักษาและหลังการรักษาให้คุณได้ทราบเพิ่มเติม  เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพบกับเนื้อหาสาระที่มีประโยชน์และน่าสนใจกันได้ดังต่อไปนี้  ผลข้างเคียงบางอย่างของเคมีบำบัดจะเกิดขึ้นเฉพาะในขณะที่คุณทำการรักษา และจะหายไปอย่างรวดเร็วหลังจากการรักษาสิ้นสุดลง แต่สำหรับบางคนอาจอยู่นานเป็นเดือนหรือเป็นปี หรืออาจจะไม่หายไปเลยก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบุคคลในแต่ละคน  ดังนั้นเราควรตรวจสอบร่างกายและคอยดูสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงต่างๆเอาไว้ และที่สำคัญคือคุณควรทำตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณ   สมอง แน่นอนว่าเคมีบำบัดย่อมมีผลต่อสมอง หากคุณรู้สึกมีหมอกเล็กน้อยเมื่อทำการรักษา คุณอาจได้รับ “คีโมสมอง” คุณอาจสังเกตเห็นได้ว่าเป็นเรื่องยากที่จะจดจ่อหรือจำชื่อ จำวันที่ ทำสิ่งต่างๆที่คุณเคยทราบและในบางครั้งอาจทำให้คุณลืมสิ่งต่างๆได้แบบง่ายๆ จนคุณเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ปัญหาเหล่านี้คุณอาจประสบได้มากกว่าหนึ่งสิ่งในแต่ละวัน อย่างเช่นคุณอาจลืมว่าคุณวางแก้วน้ำไว้ตรงไหน ซื้อในบางครั้งคุณอาจลืมไปว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่เป็นวันอะไร อะไรทำนองนั้น แพทย์ไม่แน่ใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของคีโมสมองนี้แต่ก็มีแนวโน้มว่าหากเกิดอาการหลงลืมเช่นนี้ นั่นหมายความว่าคุณอาจได้รับเคมีบำบัดในปริมาณที่สูงขึ้น  แน่นอนว่าเคมีบำบัดหรือการให้คีโมย่อมส่งผลต่อสมองของคุณอย่างแน่นอน   หัวใจ ยาเคมีบำบัดบางชนิดสามารถทำลายเซลล์ในหัวใจของคุณได้ด้วยเช่นกันและนี่คือสิ่งที่คุณควรรู้ เคมีบำบัดอาจเพิ่มโอกาสในการสร้างปัญหาให้กับหัวใจ ผลกระทบมีดังนี้  อาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนตัวลง  รวมไปถึงอาจทำให้จังหวะของการเต้นหัวใจของคุณนั้นมีปัญหา และในบางครั้งอาจส่งผลกระทบทำให้หัวใจวายได้เช่นกัน  ดังนั้นหากคุณเป็นโรคหัวใจอยู่แล้วก่อนที่คุณจะทำเคมีบำบัดเพื่อรักษามะเร็งนั้นคุณจำเป็นจะต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด   หากแพทย์ของคุณวางแผนที่จะให้ยาที่อาจส่งผลต่อหัวใจของคุณ แพทย์อาจขอให้คุณทำการทดสอบบางอย่างเพื่อติดตามการทำงานในระบบร่างกายของคุณนั้นสามารถทำงานได้ดีเพียงใด ส่งผลต่อผม อย่างที่เราอาจเคยเห็นใครหลายๆคนที่ผ่านมากับอาการผมร่วงหรือสูญเสียเส้นผมบางส่วน  และแน่นอนว่าการให้คีโมนั้นมีผลโดยตรงกับการทำให้คุณต้องสูญเสียเส้นผม  แต่โดยปกติแล้วผมของคุณจะสามารถงอกใหม่ได้ภายในเวลา 1-2 เดือน  มันเป็นไปได้ว่าในช่วงแรกๆนั้นมันอาจจะงอกออกมาแล้วไม่เหมือนเดิม อาจมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของเนื้อสัมผัสและรูปร่าง รวมไปถึงสีที่อาจเปลี่ยนแปลงและแตกต่างออกไปจากเดิม  แต่เมื่อเวลาผ่านไป ในกรณีที่ผลของคีโมหมดไปจากรูขุมขนของคุณ  ก็จะทำให้เส้นผมของคุณกลับมาเหมือนเดิมได้ และอาจกลับมาเป็นเหมือนก่อนการรักษา แต่ในกรณีเช่นนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นกันบ่อยนัก […]