Search
Search
Search
Close this search box.

รู้จัก “โรคเบนด์” จากการ “ดำน้ำ”

รู้จัก "โรคเบนด์" จากการ "ดำน้ำ"

      โรคเบนด์ (Bends) หรือ Decompression Sickness (DCS), Caisson Disease หรือที่ชาวเลและชาวประมงพื้นบ้านเรียกว่าโรค “น้ำหนีบ” เป็นอาการป่วยจากความกดดันที่ลดลงในขณะขึ้นสู่ผิวน้ำ โดยในการดำน้ำลึกซึ่งใช้ อากาศจากถังนั้นไนโตรเจน ที่ผสมอยู่ในอากาศที่เราหายใจจะแทรกซึมเข้าไปสะสมอยู่ในเส้นเลือด ยิ่งดำลึกมากก็ยิ่งสะสมปริมาณมากขึ้น        และเมื่อดำน้ำลึกๆ นานๆ หลายได้ฟ์ติดต่อกัน ปริมาณในโตรเจนก็จะยิ่งสะสมมากขึ้น ถ้าหากเราขึ้นสู่ผิวน้ำในอัตราเร็วเกินไป ซึ่งโดยเฉลี่ยเพื่อความปลอดภัยแล้วไม่ควรเกินอัตรา 60 ฟุต ต่อนาที อันเป็นอัตราขึ้นสู่ผิวน้ำที่ไม่เร็วกว่าการลอยตัวขึ้นของฟองอากาศ ซึ่งหากสังเกตก็จะเห็นได้ชัดว่าฟองอากาศที่เราหายใจออกมานั้น เมื่ออยู่ทะเลลึกๆ จะมีขนาดเล็ก แต่เมื่อลอยตัวสูงขึ้นๆ ก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นๆ เพราะความกดดันอากาศใกล้ผิวน้ำค่อยๆ ลดลง       ไนโตรเจนที่สะสมอยู่ในเส้นเลือดและส่วนต่าง ๆ ในร่ายกายของเราก็เช่นกัน มันจะขยายตัวขึ้นขณะเรากลับขึ้นสู่ผิวน้ำ ถ้าค่อยๆ ขึ้นช้าๆ พักน้ำเป็นระยะ มันก็จะค่อยๆปรับตัว ซึมออกจากร่ายกาย แต่ถ้าเกิดเรากลับขึ้นสู่ผิวน้ำเร็วเกิน ไนโตรเจนที่สะสมอยู่ในเส้นเลือดเหล่านี้ ก็จะกลายเป็นฟองก๊าซในเส้นเลือดคล้ายระเบิดลูกเล็กๆ ที่พองขึ้นมาโดยเร็ว        ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดในบริเวณนั้นๆ แล้วแต่ว่าฟองก๊าซไนโตรเจนไปสะสมอยู่บริเวณไหนของร่างกาย ถ้าอยู่ที่บริเวณผิวหนังก็จะทำให้เกิดอาการเจ็บปวดเหมือนเข็มเล็กๆ ทิ่มแทง ถ้าอยู่บริเวณข้อต่อต่างๆ ก็จะทำให้เกิดอาการปวดตามข้อ แต่ถ้าไปอยู่ตามไขสันหลังก็หนักหน่อย เพราะฟองก๊าซอาจไปกดหรือทำให้เส้นประสาทบริเวณนั้นเกิดการบาดเจ็บ ทำให้เป็นอัมพาตได้      และยิ่งเลวร้ายหนักเข้าไปอีก […]

เรื่องของชาจิบชาให้สุขภาพดีและมีรสนิยม

เรื่องของชาจิบชาให้สุขภาพดีและมีรสนิยม

     ที่มาที่ไปของชา เกิดขึ้นที่เมืองจีนสมัยจักรพรรดิ เสินหนิง(Shen Nung) ในตำนานของจีน เป็นบัณฑิตและนักสมุนไพร เมื่อสองพันกว่าปีก่อนคริสตการ ซึ่งพระองค์ได้ นั่งต้มน้ำให้สะอาดเพื่อดื่ม ใกล้ๆกับต้นชา บังเอินลมได้พัดกิ่งไม้ตีกันจนใบชาหล่นใส่หม้อต้มน้ำ ทำให้เกิดกลิ่นหอม และสีน้ำได้เปลี่ยนไป พอพระองค์ได้กลิ่นจึงทดลองดื่ม พอได้ดื่มก็มีรสชาติดี เกิดความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่นแจ่มใส ทำให้การค้นพบโดยความบังเอิญนี้เป็นที่นิยมแพร่หลาย       ในเมืองจีนสมัยหลังๆ มาจึงมีการปลูกชาและพัฒนาขั้นตอนการผลิตมาเรื่อยๆ ในสมัยราชวงศ์ถัง เป็นยุคทองของชา มีการดื่มเป็นประจำทุกวันเ พื่อเป็นยาบำรุงกำลังและรักษาสุขภาพ ในสมัยราชวงศ์ซ้อง จะเพิ่มรสสัมผัสบางอย่างลงไปในชาเช่นน้ำมันจากดอกมะลิ ดอกบัว และดอกเบญจมาศ มีบทบาทอย่างสูงต่อวัฒนธรรมของเอเชียมาหลายศตวรรษ       ในประเทศไทย พบการดื่มชาตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัย เป็นสมัยที่เริ่มมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมค้าขายกับจีน แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดในการนำเข้ามา ในสมัยของพระมหากษัตริย์องค์ใด แต่พบหลักฐานในการดื่มชาและชงชาในสมัยของ สมเด็จพระหน้ารายมหาราช ในจดหมายเหตุ ลาลูแบร์ ขอบคุณรูปภาพจากpixabay.com การเด็ดใบชาแบ่งออกได้ 3 ระดับ Super fine plucking คือ การเก็บเฉพาะยอดอ่อนที่ไม่ผลิใบหรือ 2 ใบบนเท่านั้น มักนำมาทำชาเป็นชาขาวคุณภาพ Fine plucking คือ การเก็บเฉพาะ 3 […]