Search
Search
Search
Close this search box.

สุดยอด 6 สมุนไพรพื้นบ้าน ที่มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคงูสวัด รู้แล้วต้องบอกต่อ !

อาหารสุขภาพ

สารบัญ

เพียงได้ยินคำว่าโรคงูสวัด ก็ทำให้อดนึกถึงภาพของอาการต่างๆกันขึ้นมาเลยทีเดียว และเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากเป็นโรคนี้กันอย่างแน่นอน ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึง สุดยอด 6 สมุนไพรพื้นบ้าน ที่มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคงูสวัด รู้แล้วต้องบอกต่อ ! ซึ่งเราเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับท่านผู้อ่านได้ไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งสมุนไพรเหล่านี้ก็สามารถหาได้ตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งหากรู้แล้วต้องอย่าลืมบอกต่อให้กับคนที่คุณรักกันนะคะ หากอยากทราบกันแล้วว่าสมุนไพรแต่ละชนิด ที่เราได้นำมาฝากกันในครั้งนี้มีอะไรบ้าง เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปชมพร้อมๆกันเลยดีกว่า

โรคงูสวัสมีอาการอย่างไร? 

โรคงูสวัสมีอาการอย่างไร? 

สำหรับอาการของโรคงูสวัดนั้นสามารถสังเกตได้โดย ในช่วงเริ่มแรกจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่บริเวณผิวหนังเป็นระยะๆ ตามด้วยมีผื่นแดงแสดงขึ้นและเป็นตุ่มใสๆตามมา ซึ่งจะเกิดขึ้นตามแนวของเส้นประสาท ซึ่งมีลักษณะเป็นแนวเส้นแบบยาวๆ และมักจะเกิดขึ้นในบริเวณรอบหลัง รอบเอว หรือตามแขนขา และอาจเกิดขึ้นได้แม้ในบริเวณศีรษะ เมื่อตุ่มใสๆนั้นแตกออกก็จะเกิดการตกสะเก็ด ซึ่งในขณะที่ตกสะเก็ดอยู่นั้นจะมีความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนอย่างมาก 

ซึ่งโรคงูสวัดนี้เป็นการติดเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันกับโรคอีสุกอีใสซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า  Varicella Zoster Virus (VZV) สำหรับบางรายสามารถหายเองได้ แต่วิธีการรักษาที่ถูกต้องคือควรพบแพทย์และฉีดวัคซีนเพื่อทำการรักษา และเมื่อหายแล้วไวรัสต่างๆก็อาจจะแฝงอยู่ในปมเส้นประสาทต่างๆของร่างกาย

และหากเมื่อใดที่ภูมิต้านทานของร่างกายเราต่ำลง เชื้อไวรัสต่างๆที่ซ่อนตัวอยู่ก็จะออกมาทางเส้นประสาท จนทำให้เกิดอาการต่างๆได้อีกครั้ง และส่วนมากมักจะเกิดกับผู้ที่มีภูมิต้านทานในร่างกายต่ำ ดังนั้นการบำรุงร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอถือเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในวันนี้เราจึงได้รวบรวมสมุนไพรที่สามารถช่วยรักษาอาการของโรคงูสวัด มาฝากท่านผู้อ่านกันไว้ที่นี่ ดังต่อไปนี้

1. เสลดพังพอนตัวเมีย 

1. เสลดพังพอนตัวเมีย 

จะพาคุณมารู้จักกับสมุนไพรชนิดแรกที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้ ที่มีชื่อว่า เสลดพังพอนตัวเมีย ซึ่งได้มียาที่นำส่วนผสมของสมุนไพรชนิดนี้มาทำในรูปแบบของครีมเพื่อหารักสาแผลที่เกิดจากการตกสะเก็ด โดยคุณสามารถใช้ทาภายในหนึ่งถึงสามวันก็จะสามารถเห็นผลว่าแผลตกสะเก็ดต่างๆนั้นจะค่อยค่อยเลือนหายไป หรือในบางท่านอาจใช้เวลาประมาณ 7-10 วันซึ่งแล้วแต่อาการมากน้อยเพียงใด

และอีกหนึ่งวิธีซึ่งคุณสามารถทำได้โดยการ ให้เลือกนำใบเสลดพังพอนตัวเมียแบบสดๆ ประมาณ 20 ใบ นำมาตำให้ละเอียดจากนั้นให้ผสมกับเหล้า แล้วนำมาทาตามบริเวณที่เป็นแผล ซึ่งนำมาทาได้วันละ 2-3 ครั้ง โดยคุณสามารถทำวิธีนี้จนกว่าแผลจะหายได้เลย

2. ฟ้าทะลายโจร

2. ฟ้าทะลายโจร

มาต่อกันกับอีกหนึ่งสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการลดการแพร่กระจายของไวรัสได้อย่างยอดเยี่ยมซึ่งก็คือ ฟ้าทะลายโจร  ซึ่งในปัจจุบันมีการผลิตยาสมุนไพรในรูปแบบของแคปซูล ที่คุณสามารถรับประทานเพื่อป้องกันการกระจายเชื้อของงูสวัดได้ โดยรับประทานก่อนอาหารประมาณสองถึงสามเม็ดวันละสามเวลาสามารถรับประทานติดกันได้ถึง 3 สัปดาห์ ก็จะเห็นผลว่าอาการต่างๆจะลดลง

แต่สมุนไพรฟ้าทะลายโจรนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้ที่มีฤทธิ์ร้อน และไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคหวัด หรือโรคที่เกิดจากฤทธิ์เย็นเช่นมาจากอาการหนาวจากข้างในร่างกายเพราะอาจส่งผลให้มีอาการกำเริบหรือรุนแรงมากกว่าเดิมได้ และการใช้ยาสมุนไพรที่มีส่วนผสมของฟ้าทลายโจรนั้นจำเป็นจะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานทุกครั้ง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ป่วยเอง

3. ว่านหางจระเข้

3. ว่านหางจระเข้

มาต่อกันกับสมุนไพรที่เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก และใครหลายคนอาจกำลังนิยมปลูกกันในช่วงนี้กันอยู่พอสมควร ซึ่งมีชื่อว่า ว่านหางจระเข้ สำหรับสมุนไพรชนิดนี้มีคุณสมบัติในการลดอาการแสบร้อนและบรรเทาอาการอักเสบได้อย่างยอดเยี่ยม จึงทำให้สามารถนำมาใช้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคงูสวัดได้ เพราะจะช่วยปกป้องแผลที่ได้รับการติดเชื้อได้เป็นอย่างดี

สำหรับการนำมาใช้งานนั้นก็ให้คุณเลือกตัดก้านของว่านห่างจระเข้ในส่วนที่อยู่ด้านล่างสุด มาประมาณหนึ่งก้านจากนั้นให้คุณปลอกเปลือก จากนั้นให้นำไปล้างให้ยางออกให้สะอาดแล้วนำส่วนที่เป็นวุ้นใสๆมาทาในบริเวณบาดแผล ทาทิ้งไว้จนแห้งเหมือนกับการทาครีม ซึ่งคุณสามารถเปลี่ยนก้านใหม่และนำมาทาได้ทุกๆ 2- 3 ชั่วโมง ติดต่อกันเป็นเวลา2-3 วันก็จะสังเกตได้ว่าแผลจะแห้งขึ้น และหายได้เร็วมากยิ่งขึ้นซึ่งคุณสามารถทำวิธีนี้ติดต่อกันจนแผลหายได้เลย

4. ผักเชียงดา

4. ผักเชียงดา

จะพาคุณมารู้จักกับอีกหนึ่งสมุนไพรที่มีชื่อว่า ผักเชียงดา  ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณ ในการช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งยังสามารถนำมาทำเป็นยาแก้หลอดลมอักเสบและช่วยรักษาอาการปอดอักเสบได้อีกด้วย และ นอกจากนี้ยังสามารถนำมารักษาแผลที่เกิดจากโรคงูสวัดได้อีกด้วย แต่ก่อนที่จะนำใบสดมารักษานั้น ควรจะต้องศึกษาวิธีทำให้ดีเสียก่อน โดยปรึกษาจากผู้รู้หรือแพทย์เฉพาะทางเพราะอาจมีผลข้างเคียงให้กับร่างกายของผู้ป่วยได้

5. ใบย่านาง

5. ใบย่านาง

มาต่อกันที่สมุนไพรที่มีชื่อว่า ใบย่านาง  ซึ่งถือเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างช้านานโดยตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย มักจะใช้นำมาเป็นยาในการรักษาโรคงูสวัดและโรคเริม ซึ่งได้เคยมีการทดสอบว่าสมุนไพรชนิดนี้มีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อได้เป็นอย่างดี เนื่องจากใบย่านางนี้ถือเป็นยาเย็นที่มีฤทธิ์สามารถดับพิษและช่วยลดอาการไข้ได้ และนอกจากนี้ยังเคยมีการทดสอบมาแล้วว่าสามารถยับยั้งเชื้อมาลาเรีย (P. falciparum ) ได้อีกด้วย

6. น้อยหน่า

6. น้อยหน่า

มาต่อกันกับผลไม้ที่มีชื่อว่า น้อยหน่า  ซึ่งถือเป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณทางยาที่เรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรชั้นเยี่ยม ที่มีประโยชน์มากมายต่อการรักษาโรคต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือสามารถนำมาทำเป็นยาแก้โรคงูสวัด และโรคเริ่มได้เป็นอย่างดี ซึ่งได้มีกรรมวิธีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งวิธีนำมาใช้ก็คือให้นำผลของน้อยหน่าแห้ง นำมาทำการฝนกับฝาหม้อของหม้อดินเผา จากนั้นให้ผสมกับน้ำและสารส้มอย่างละน้อย เมื่อคราวที่แล้วให้นำไปทาบริเวณที่แผลที่เกิดจากโรคงูสวัดและโรคเริมได้เลย  

อีกทั้งยังมีสรรพคุณเป็นยาสมานแผลได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะทำให้คุณเห็นว่าแผลต่างๆนั้นจะหายไปในไม่ช้า และนอกจากนี้ส่วนต่างๆของน้อยหน่าสามารถนำมารักษาโรคและรักษาอาการต่างๆที่เกี่ยวกับผิวหนังได้ รวมไปถึงในส่วนของเมล็ด ก็สามารถนำมารับประทานเพื่อขับเสมหะได้อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งแต่ละส่วนก็มีกรรมวิธีในการนำมารักษาที่แตกต่างกันออกไปและก่อนที่จะนำมาใช้นั้นควรศึกษาวิธีทำให้ถี่ถ้วนเสียก่อน

สุดยอด 6 สมุนไพรพื้นบ้าน ที่มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคงูสวัด รู้แล้วต้องบอกต่อ ! 02

อย่างไรก็ตามการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ก็ย่อมทำให้ภูมิต้านทานต่างๆในร่างกายมีมากขึ้นด้วยเช่นกัน การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์รวมทั้งออกกำลังกายอย่างเป็นประจำก็สามารถเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งยังเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดอีกด้วย ซึ่งพวกเราหวังว่าสิ่งที่เราได้นำมาฝากกันในครั้งนี้ ผ่านเรื่องราวของ  สุดยอด 6 สมุนไพรพื้นบ้าน ที่มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคงูสวัด รู้แล้วต้องบอกต่อ !  ที่ได้นำมาบอกเล่ากันไปเมื่อสักครู่ จะเป็นประโยชน์ในการดูแลร่างกายของคุณได้มากยิ่งขึ้น หวังว่าคุณจะถูกใจกับเนื้อหาสาระ และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน

สำหรับวันนี้ต้องขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่าน ที่คอยติดตามเรื่องราวดีๆ ที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจากพวกเราที่นี่อย่างเสมอมา แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า สำหรับครั้งนี้หากผิดพลาดประการใดพวกเราทีมงานต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ สำหรับคันนี้ต้องขออนุญาตลากันไปก่อน ขอให้ทุกท่านแข็งแรงและปลอดภัยจากโรคภัยทั้งปวง

Credit ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสุขภาพแนวหน้าในประเทศไทย

รวมเรื่องน่ารู้สำหรับพ่อแม่มือใหม่

เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับผู้หญิง

ดูแลผิวพรรณ เส้นผม เครื่องสำอาง