Search
Search
Search
Close this search box.

วิตามินที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพตาคืออะไร รู้แล้วต้องบอกต่อ ! 

วิตามินที่ดีที่สุด

สารบัญ

เพราะวิตามิน A, C และ E มีความจำเป็นสำหรับการรักษาสุขภาพตาอย่างมาก รวมไปถึงวิตามินบีและสารอาหารอื่นๆ ก็มีบทบาทสำคัญในการรักษาดวงตา  และเราเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากมีดวงตาที่เสื่อมโทรมก่อนวัยอันควรแน่นอน จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้วันนี้เราจะพาคุณมาทราบถึง วิตามินที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพตาคืออะไร รู้แล้วต้องบอกต่อ ! เพราะเราเชื่อว่าจะต้องเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านที่รักษาสุขภาพและต้องการดูแลดวงตาให้เหมาะสมและถูกต้อง 

คุณทราบหรือไม่ว่าการขาดวิตามินบางชนิดนั้นก็อาจสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะของสภาพตาบางอย่างได้ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน และจุดภาพชัดที่อาจเลือนลางลงซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับอายุของแต่ละบุคคล และก่อนหน้านี้ได้มีการวิจัยชี้ให้เห็นว่าอาหารเสริมวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดนั้น สามารถช่วยป้องกันและชะลอสาเหตุและอาการต่างๆเหล่านี้ได้ จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงควรใช้วิตามินในการบำรุงรักษาดวงตาหากอยากทราบกันแล้วว่าเรื่องราวที่น่าสนใจที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้จะเป็นอย่างไรบ้างเรามาชมรายละเอียดไปพร้อมกันได้เลย 

วิตามินเอและเบต้าแคโรทีน 

วิตามินเอและเบต้าแคโรทีน 

ส่วนประกอบของโปรตีน rhodopsin ซึ่งช่วยให้ตามองเห็นในสภาพแสงน้อย ตามรายงานของ American Academy of Ophthalmology การขาดวิตามินเออาจทำให้ตาบอดกลางคืนได้ อีกทั้งวิตามินเอยังสนับสนุนการทำงานของกระจกตา ซึ่งเป็นชั้นป้องกันชั้นนอกของดวงตา ผู้ที่ขาดวิตามินเออาจพบว่าดวงตาของพวกเขาผลิตความชื้นน้อยเกินไปจนอาจเกิดอาการแสบตาได้เนื่องจากการหล่อลื่นเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย 

และเบต้าแคโรทีนเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยวิตามินเอหลัก ในอาหารของมนุษย์เบต้าแคโรทีนเป็นเม็ดสีพืชชนิดหนึ่งที่เรียกว่าแคโรทีนอยด์ที่มีอยู่ในผักและผลไม้หลากสีสัน เมื่อบริโภคแคโรทีนอยด์ ร่างกายจะเปลี่ยนสารสีเป็นวิตามินเอ สำหรับท่านใดที่ต้องการเสริมวิตามินเอด้วยผักและผลไม้สามารถมองหาอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอได้แก่ มันเทศ , แครอท, พริกแดง, ฟักทอง , สควอช และอื่นๆอีกมากมาย หากรับประทานอยู่บ่อยๆร่างกายก็จะได้เสริมสร้างวิตามินเอเข้าสู่ร่างกายทำให้สุขภาพตาของคุณดียิ่งขึ้น และชะลอการเสื่อมโทรมได้ไม่น้อย 

วิตามิน E

วิตามิน E

มาต่อกันกับอีกหนึ่ง วิตามินที่มีความสำคัญต่อดวงตาซึ่งก็คือวิตามินอี  ขออนุญาตกล่าวถึงอัลฟ่าโทโคฟีรอล ซึ่งเป็นรูปแบบของวิตามินอีที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะ สารต้านอนุมูลอิสระช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งทำลายเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย บางครั้ง อนุมูลอิสระอาจทำลายโปรตีนภายในดวงตา ความเสียหายนี้อาจส่งผลให้ดวงตาของคนเราขุ่นมัวและมองไม่ค่อยชัดเจนเหมือนเดิมได้ หรือที่ใครหลายคนมักจะเป็นต้อกระจกนั่นเอง 

จากผลวิจัยในช่วงปี 2015 ได้พบว่าการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินอีในปริมาณมากนั้นไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของพืชผักผลไม้หรืออาหารเสริมก็มีส่วนในการช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระจกได้เช่นกัน สำหรับอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินอีนั้นได้แก่ เมล็ดถั่วอัลมอนด์ , เมล็ดทานตะวัน, น้ำมันดอกคําฝอย , หน่อไม้ฝรั่ง , ถั่วเหลือง , ข้าวโพด และน้ำมันจมูกข้าวสาลี นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายอาหารที่ไม่ได้กล่าวถึง

วิตามินซี 

วิตามินซี 

และอีกหนึ่งวิตามินที่มีบทบาทสำคัญต่อดวงตาไม่น้อยไปกว่าวิตามินอื่นๆนั่นก็คือ วิตามินซี เนื่องจากมีคุณสมบัติในการปกป้องดวงตาของคุณจากความเสียหายที่เกิดจากรังสี UV ได้  แม้ว่าความเข้มข้นของวิตามินซีในดวงตาจะลดลงตามอายุ แต่การรับประทานอาหารและการเสริมอาหารสามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้ วิตามินซียังช่วยป้องกันความเสียหายจากการเกิดออกซิเดชัน ความเสียหายที่เกิดจากออกซิเดชันเป็นปัจจัยสำคัญ 

 ในต้อกระจกที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุมีด้วยกันถึง 2 แบบ ได้แก่ ต้อกระจกจากเยื่อหุ้มสมองและต้อกระจกนิวเคลียร์ ต้อกระจกจากเยื่อหุ้มสมองเกิดขึ้นที่ขอบเลนส์ในขณะที่ต้อกระจกนิวเคลียร์เกิดขึ้นที่กึ่งกลางของต้อกระจก 

จากการศึกษาระยะยาวกว่า 10 ปีได้ตรวจสอบปัจจัยต่างๆ ที่อาจช่วยป้องกันการพัฒนาต้อกระจกด้วยนิวเคลียร์ โดยการศึกษานี้เกี่ยวข้องกับคู่แฝดหญิงมากกว่า 1,000 คู่ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการศึกษา ผู้เข้าร่วมที่บริโภควิตามินซีมากขึ้น มีความเสี่ยงต่อการเกิดต้อกระจกลดลง 33% และพวกเขายังมีเลนส์ตาที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนขึ้นโดยรวมอีกด้วย นั้นการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซีนั้นจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ และอาหารที่มักจะพบวิตามินซีมากได้แก่ บร็อคโคลี่ , กะหล่ำดาว, Blackberry ,น้ำเกรฟฟรุต ,ส้มและน้ำส้ม รวมไปถึงผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวต่างๆ ดังนั้นเมื่อทราบแล้วต้องอย่าลืมซื้อส้มติดตู้เย็นเอาไว้ก่อนนะคะหรือหรืออาจเป็นผลไม้เปรี้ยวชนิดใดก็ได้ทั้งนี้เพื่อเป็นการเติมวิตามินซีให้กับร่างกายนั่นเอง 

วิตามินบี 

วิตามินบี

วิตามินบี ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิตามินที่มีบทบาทและความสำคัญต่อดวงตาไม่น้อย จากการวิจัยได้ค้นพบว่า  ในเกาหลีใต้พบความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภควิตามินบี 3 (ไนอาซิน) ที่ลดลงและโรคต้อหิน ในผู้ที่เป็นโรคต้อหิน การสะสมของของเหลวภายในดวงตาทำให้เกิดแรงกดดันต่อเส้นประสาทตา เมื่อเวลาผ่านไป อาจทำให้เส้นประสาทเสียหาย ส่งผลให้สูญเสียการมองเห็น ดังนั้นการเสริมวิตามินบี 1 และเมโคบาลามินอาจช่วยลดอาการของโรคตาแห้งได้

การวิจัยชี้ให้เห็นว่าสารอาหารต่อไปนี้มีประโยชน์ต่อดวงตาเช่นกันซึ่งได้แก่ ลูทีนและซีแซนทีนเป็นแคโรทีนอยด์ที่มีอยู่ในผักใบเขียวในปริมาณมาก พวกมันยังมีอยู่ในเลนส์และเรตินาของดวงตา ในฐานะที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ลูทีนและซีแซนทีนอาจช่วยลดความเสียหายจากปฏิกิริยาออกซิเดชันในเรตินา และจากการวิจัยที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่าการรับประทานลูทีนและซีแซนทีนประมาณ 6 มิลลิกรัมต่อวันอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิด AMD ได้ การบริโภค 0.5–1 มก. ต่อวันอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคต้อหินได้เช่นกัน สำหรับอาหารที่พบแหล่งที่มาของลูทีนและซีแซนทีนมากได้แก่ ไข่แดง , ข้าวโพด , บล็อกโคลี่ ,หน่อไม้ฝรั่ง, ผักกาดหอม , เมล็ดถั่ว ,ผักคะน้า , ผักโขมและผักอื่นๆอีกมากมาย  

Zinc

Zinc

มาต่อกันที่ Zinc หรือสังกะสีที่เป็นแร่ธาตุอันมีส่วนในการช่วยรักษาสุขภาพของเรตินา เยื่อหุ้มเซลล์ และโครงสร้างโปรตีนของดวงตา สังกะสีช่วยให้วิตามินเอเดินทางจากตับไปยังเรตินาเพื่อผลิตเมลานิน เมลานินเป็นเม็ดสีที่ปกป้องดวงตาจากแสงยูวี การเสริมสังกะสีอาจช่วยผู้ที่มี AMD หรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้สามารถลดหรือชะลอการเกิดโรคนี้ไปได้ 

ตามรายงานของ American Optometric Association การรับประทานสังกะสี 40–80 มก. ในแต่ละวัน ควบคู่ไปกับสารต้านอนุมูลอิสระบางชนิด อาจชะลอการลุกลามของ AMD ขั้นสูงได้ 25% นอกจากนี้ยังสามารถลดการสูญเสียการมองเห็นได้ 19% สำหรับแหล่งที่มาของสารอาหารที่อุดมไปด้วยสังกะสีได้แก่อาหารทะเลย่างปลาทะเลน้ำลึก , กุ้ง ,หอย , ปู, ปลา , ถั่ว , ฟักทอง ,นม , ซีเรียลเสริม รวมไปถึงธัญพืชอื่นๆอีกมากมาย สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ช่วยเสริมสร้างให้สุขภาพลงตาของคุณแข็งแรงและชะลอความเสื่อมโทรมได้เป็นอย่างดี 

เรตินาของดวงตามีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีความเข้มข้นสูง กรดไขมันเหล่านี้ช่วยปกป้องเรตินาจากความเสียหายและการเสื่อมสภาพ การศึกษาในสัตว์ขนาดเล็กพบว่าการเสริมโอเมก้า 3 สามารถชะลอการเสื่อมสภาพของเรตินาที่เกี่ยวข้องกับอายุได้ และอาหารที่อุดมไปด้วยกรดโอเมก้า 3 ได้แก่ เมล็ดแฟลกซ์ , วอลนัท, เมล็ดเจีย รวมไปถึงปลาทูน่าและปลาเฮอริ่ง  

Zinc

อาหารที่สมดุลและดีต่อสุขภาพสามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพดวงตาที่ดี และช่วยชะลอความเสื่อมโทรมของดวงตาได้ดี อาหารที่หลากหลายซึ่งอุดมไปด้วยอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ มักจะให้วิตามินและแร่ธาตุทั้งหมดในปริมาณที่เพียงพอ อย่างไรก็ตามสำหรับบางคนอาจต้องการอาหารเสริมเพิ่มเติมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางโภชนาการบางอย่างได้ดียิ่งขึ้น และเราเชื่อว่าเรื่องราว  วิตามินที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพตาคืออะไร รู้แล้วต้องบอกต่อ ! นี้ จะต้องเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านที่ต้องการข้อมูลดีๆเพื่อเอาไปนำประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้  แล้วก็มาพบกับพวกเราได้ใหม่ในครั้งต่อไปนะคะสำหรับวันนี้ต้องขออนุญาตลากันไปก่อนค่อยคุณโชคดีและมีความสุขไปกับการอ่าน และขอให้คุณมีสุขภาพแข็งแรงในทุกๆวันค่ะ 

www.medicalnewstoday.com

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสุขภาพแนวหน้าในประเทศไทย

รวมเรื่องน่ารู้สำหรับพ่อแม่มือใหม่

เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับผู้หญิง

ดูแลผิวพรรณ เส้นผม เครื่องสำอาง