Search
Search
Search
Close this search box.

แก้อาการ “สิวที่หลัง” ไม่อยากเป็นซ้ำต้องทำแบบนี้ !

แก้อาการ “สิวที่หลัง” ไม่อยากเป็นซ้ำต้องทำแบบนี้ !

สารบัญ

    คำว่า “สิว” คงไม่มีใครไม่รู้จักแต่ก็คงไม่มีใครอยากเป็นด้วยเช่นกัน เพราะมันลดทอนความสวยที่มีของเราให้หายไปได้อย่างมาก บางครั้งอยากโชว์ผิวที่แผ่นหลังก็ทำไม่ได้ กังวลเพราะมีปัญหาเรื่องสิว หากมีใครเคยเป็นและยังเป็นอยู่ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะวันนี้จะมาพูดเกี่ยวกับประเด็นของการ “เป็นสิวที่หลัง” ว่ามีสาเหตุมาจากอะไรและควรแก้ไขอย่างไรกับเรื่องนี้ อยากรู้มาดูกัน ! 

ต้นเหตุของการเป็น “สิวที่หลัง”

 มาจากหลายๆ ปัจจัยมากมาย การกินยาก็ทำให้มีส่วนเป็นสิวได้ เช่นยาที่เกี่ยวกับโรคหอบหืด ยาที่เกี่ยวกับไทรอยด์ ยาโรคลมชัก ยารักษาโรคมาลาเรีย และยาที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันต่างๆ 

เซ็กซี่บาคาร่า

การทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ

ก็จะทำให้ร่างกายขับความมันส่วนเกินออกมาจากร่างกายได้ เช่น การทานอาการจำพวกไขมันต่างๆ มากเกินไป ทานอาหารที่มีรสชาติหวานจัดเหล่านี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวของเราอ่อนแอลง ทำให้แผลหายช้า ทั้งยังเพิ่มริ้วรอยให้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย และนี่คือสาเหตุหลักของการเกิดสิว 

เหงื่อไคลความหมักหมม

เป็นสาเหตุของการเกิดสิว การใส่เสื้อผ้าที่ไม่มีการระบายเหงื่อ ทำให้เกิดการอับชื้น เป็นแหล่งสะสมของเหงื่อไคล คราบสิ่งสกปรกทั้งหลาย หมกหมมจนทำให้เกิดสิวในที่สุด 

ฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล

ช่วงวัยรุ่น หรือในช่วงก่อนที่จะมีประจำเดือน ช่วงที่มีความเครียด ช่วงเวลา และช่วงวัยต่างๆ ที่จะทำให้ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นช่วงที่ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายบางส่วน ทำงานได้มากกว่าปกติหรือน้อยกว่าปกติ ความเครียดนับเป็นปัจจัยของการเกิดสิวได้อาจไม่ใช่โดยตรง แต่ความเครียดจะส่งผลต่อฮอร์โมนของเราได้ 

“สิวที่หลัง” มีหลายแบบ มีทั้งชนิดที่อักเสบ และ ไม่อักเสบ 

1. สิวที่ไม่อักเสบจะมีสิวอุดตัน

มีลักษณะกลมแข็งมีสีขาว เกิดจากการอุดตันในรูขุมขน และ สิวหัวดำ ที่มีลักษณะเป็นตุ่มกลมเล็กแข็ง มีรูเปิดและมีก้อนสัดำอุดอยู่ 

2. สิวชนิดที่มีการอักเสบ

มีหลายชนิด จะมีรอยแดงเป็น “สิวอักเสบแบบ ตุ่มแดงนูน” ที่มีลักษณะเป็นตุ่มสีแดงขนาดเล็ก เกิดจากการอักเสบของสิวอุดตัน สิวอักเสบแบบหัวหนอง มักเกิดจากการติดเชื้อในรูขุมขน หัวสิวจะเป็นหนองสีขาวและเหลืองในบางครั้ง สิวหัวช้าง จะเป็นสิวหัวนิ่ม มีนูนแดง ขนาดใหญ่ สิวอักเสบแดงแบบก้อนลึก จะมีลักษณะเป็นก้อนสีแดงขนาดใหญ่ ภายในมีหนองปนเลือด อยู่ใต้ผิว

วิธีการดูแลรักษา “สิว”

เพื่อลดการเกิดสิวเริ่มจากอันดับแรกคือเรื่อง ความสะอาด ให้ชำระร่างกายให้สะอาด เมื่อมีเหงื่อมากควรอาบน้ำให้ชำระร่างกายไม่ให้หมักหมม  การสครับผิวอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายอล้วให้หลุดออกไป ควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง 

การนอนหลับให้เพียงพอ

เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง ควรนอนหลับให้ได้ 7-9 ชั่วโมง ต่อวัน เพราะในระหว่างการนอนหลับร่างกายจะผลิตฮอร์โมนต่างๆ ที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายได้ ควรใส่เสื้อผ้าให้ระบายอากาศได้ เพราะความร้อนแหละเหงื่อ จะทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนได้ เช่นรอยแดง ความอับชื้น เชื้อราในร่มผ้าเป็นต้น 

การกินอาหารที่ช่วยลดการอักเสบ

เช่นถั่ว ธัญพืช ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เพราะสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงในแหล่งอาหารเหล่านี้ ช่วยลดการอักเสบของสิวได้ การดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 –  10 แก้วต่อวัน ถือเป็นการปรับสมดุลให้ผิว ทั้งยังปรับระบบภายในร่างกายให้ขับถ่ายของเสียได้ดีอีกด้วย 

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

เช่น อาหารจำพวกฟาสต์ฟู๊ด เช่น เฟรนช์ฟรายด์ หรือของชุบแป้งทอดทั้งหลาย เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิดสิวได้ง่ายขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่มีน้ำตาลสูง เพราะอาหารเหล่านี้จะกระตุ้นการเกิดสิวได้แถมทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ เช่น น้ำอัดลม ชาไข่มุก และอีกสิ่งหนึ่งที่ควร

หลีกเลี่ยงคือ อาหารประเภท เนย นม

ทานได้แต่ควรเป็นไปในปริมาณที่พอดี หากรับประทานมากเกินความจำเป็นก็ส่งผลเสียได้ เพราะอาหารเหล่านี้มีส่วนประกอบของฮอร์โมนสเตียรอยด์บางชนิด ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดสิวได้ 

หวังว่าคุณคงถูกใจบทความ แก้อาการ “สิวที่หลัง” ไม่อยากเป็นซ้ำต้องทำแบบนี้ !  อันนี้ 

เครดิตภาพ : google.com , Pinterest.com

https://www.wongnai.com/beauty-tips/back-acne
Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสุขภาพแนวหน้าในประเทศไทย

รวมเรื่องน่ารู้สำหรับพ่อแม่มือใหม่

เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับผู้หญิง

ดูแลผิวพรรณ เส้นผม เครื่องสำอาง