Search
Search
Search
Close this search box.

อาการแพ้สับปะรดเป็นอย่างไร หากอยากรู้ที่นี่มีคำตอบ ! 

สุขภาพครอบครัว

สารบัญ

คุณทราบหรือไม่ว่าอาการแพ้สับปะรดนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าใครหลายคนอาจจะยังไม่เคยทราบถึงข้อมูลในเรื่องนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเราทีมงานจะพาคุณมาทราบถึง อาการแพ้สับปะรดเป็นอย่างไร หากอยากรู้ที่นี่มีคำตอบ ! ซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องเป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพของคุณอย่างแน่นอนโดยเฉพาะหากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่มีอาการแพ้สับปะรด และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับเนื้อหาสาระที่น่าสนใจกันดังต่อไปนี้

อาการแพ้สับปะรดคืออะไร?

อาการแพ้สับปะรดสามารถเกิดขึ้นได้จากการรับประทานผลไม้หรือดื่มน้ำสับปะรดเพียงในปริมาณเล็กน้อย คุณอาจมีอาการแพ้กรดจากการสัมผัสสับปะรด เป็นอาการแพ้ผลไม้รวมทั้งอาการสับปะรดนี้มักพบได้น้อยกว่าการแพ้อาหารอื่นๆ แต่อาจร้ายแรงเมื่อเกิดขึ้น อาการแพ้อาหารมักจะพบบ่อยคือการแพ้ถั่วลิสง , น้ำนม, ปลา, ถั่วเหลือง, หอย, ไข่ ดังนั้นเราควรสังเกตอาการหลังจากกินอาหารไปแล้วให้มากที่สุด โดยการให้เราตรวจสอบว่า มีอาการผื่นคัน หรือไม่

อาการแพ้สับปะรดเป็นอย่างไร หากอยากรู้ที่นี่มีคำตอบ !  1
อาการแพ้สับปะรดเป็นอย่างไร หากอยากรู้ที่นี่มีคำตอบ !  2

อาการแพ้สับปะรดเป็นอย่างไร?

คุณอาจมีอาการแพ้สับปะรดทันทีหลังจากสัมผัสกับสับปะรด หรืออาจใช้เวลาหลายชั่วโมง กว่าอาการแรกของคุณจะปรากฏขึ้นหลังจากการกินหรือสัมผัส อาจมีอาการคันและเกิดลมพิษที่รุนแรง ซึ่งนั่นมักเป็นอาการแรกของอาการแพ้ ลมพิษอาจปรากฏขึ้นบางพื้นที่ อาจในหนึ่งจุดหรือหลายแห่งบนร่างกายของคุณ

นอกจากนี้ คุณยังอาจมีอาการเกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง อาเจียน และท้องเสีย อาการทางเดินอาหารเหล่านี้เป็นวิธีที่ร่างกายของคุณพยายามกำจัดสารก่อภูมิแพ้

นอกจากอาการทางเดินอาหารแล้ว อาการแพ้สับปะรดยังรวมถึงอาการบวมที่ใบหน้า ลิ้น คอ และริมฝีปาก หรือในบางคนอาจหายใจลำบาก บางคนมีอาการคันหรือลมพิษที่รุนแรง การล้างหน้าควรทำอย่างอ่อนโยนให้มากที่สุด และสำหรับบางคนอาจมีอาการท้องผูกร่วมด้วย อาการกายใจขัดจากไซนัส

มีอาการอักเสบในปาก มีอาการวิงเวียนศีรษะ ที่ร้ายแรงคืออาจเป็นลม อาการช็อกจากอะนาไฟแล็กติก หากคุณมีปัญหาในการหายใจ หรือคิดว่าคุณอาจเข้าสู่ภาวะช็อกจากอะนาไฟแล็กติก ควรถูกนำตัวส่งแพทย์ทันที 

ในการศึกษาหนึ่ง  จากปี 1993  ในจำนวนของคน 20 คน จาก 32 คนที่ทดสอบผลบวกต่ออาการแพ้สับปะรด พบว่าคนเหล่านั้นมีอาการช็อกหลังจากกินผลไม้ชนิดนี้ทันที และนี่คือขั้นรุนแรงที่ควรระวัง 

อาการแพ้สับปะรดเป็นอย่างไร หากอยากรู้ที่นี่มีคำตอบ !  3

ปัจจัยเสี่ยงคืออะไร?

คุณมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการแพ้สับปะรด หากคนรอบข้างของคุณ เช่น ญาติสนิท พ่อ แม่ พี่ น้อง และปู่ย่าตายาย เคยมีภาวะเหล่านี้มาก่อน ซึ่งอาจจะเกิดจากพันธุ์กรรม 

นี่เป็นข้อพิจารณาที่สำคัญอย่างยิ่ง หากคุณต้องการแนะนำอาหารใหม่ให้กับทารกที่ยังเล็ก  แม้ว่าอาจดูขัดกับสัญชาตญาณ ดังนั้นการชะลอการแนะนำอาหารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ในครอบครัวให้กับทารกถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควรสังเกต เพราะสิ่งนี้สามารถนำไปสู่การเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภูมิแพ้ได้ อ้างอิงจาก American Academy of Allergy, Asthma และ Immunology (AAAAI)

การตั้งเป้าที่จะแนะนำอาหารก่อภูมิแพ้อันดับต้น ๆ แก่ทารกก่อนอายุ 6 เดือน จึงเป็นสิ่งละเอียดอ่อนที่ผู้ปกคองทุกท่านพึงระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกรณีครอบครัวที่มีผู้แพ้สับปะรดอยู่ก่อนแล้ว สำหรับทารกที่เป็นโรคผิวหนังภูมิแพ้ ในกรณีที่พี่น้องมีอาการแพ้ถั่วลิสง หรือมีอาการแพ้ก่อนหน้านี้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะแนะนำอาหารใหม่ๆให้กับเด็กๆ

โปรดทราบว่าผลไม้ที่มีกรดเช่น สับปะรด อาจมีสารก่อภูมิแพ้ที่พบในอาหารหรือสารอื่นๆ หากคุณแพ้สับปะรดคุณอาจมีอาการแพ้น้ำยางธรรมชาติด้วย และคุณอาจพบอาการแพ้เมื่อคุณสัมผัสกับสิ่งของที่ทำจากสับปะรดหรือผลไม้ต่างๆที่คุณมีอาการแพ้ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากน้ำยางธรรมชาติ ได้แก่ถุงมือโรงพยาบาล , ผ้าพันแผลกาว ,  ผ้าอนามัย , ไม้ค้ำ ,  ผ้าพันแขนวัดความดันโลหิต , ถุงยางอนามัย,  เครื่องใช้ที่จับยาง ของเล่นยาง,  แปรงสีฟัน และผลิตภัณฑ์ต่างๆที่จำเป็นต้องได้รับการสัมผัส 

ผู้ที่แพ้สับปะรดอาจแพ้เกสรต้นเบิร์ชหรือกล้วย ซึ่งเรียกว่ากลุ่มอาการภูมิแพ้ละอองเกสรดอกไม้ และที่สำคัญคือการรับประทานสับปะรดดิบก็อาจส่งผลให้เกิดอาการทางปาก หรือคอ ที่เรียกว่ากลุ่มอาการภูมิแพ้ในช่องปาก ซึ่งอาการเหล่านี้จะไม่ค่อยนำไปสู่ภาวะภูมิแพ้

สับปะรดปรุงสุกมักจะทนต่อผู้ที่แพ้ทางปากหรือแพ้เกสรดอกไม้ ซึ่งอาจทำให้อาการแพ้ลดลงได้ สับปะรดดิบยังมีเอนไซม์โปรตีเอสที่เรียกว่าโบรมีเลน ซึ่งอาจทำให้ริมฝีปากหรือผิวหนังระคายเคือง แต่โดยทั่วไปก็ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตเช่นกัน แต่ก็มีน้อยรายนักที่จะพบว่า แพ้สับปะรดที่ผ่านการปรุงสุกแล้ว 

อาการแพ้สับปะรดเป็นอย่างไร หากอยากรู้ที่นี่มีคำตอบ !  4

ภาวะแทรกซ้อนคืออะไร?

ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงที่สุดจากการแพ้สับปะรดคือภาวะภูมิแพ้ ซึ่งสำหรับภาวะภูมิแพ้นั้นเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อาจถึงแก่ชีวิตได้ และหาดคุณทราบว่าคุณแพ้สับปะรดคคุณควรได้รับความช่วยเหลือจากแพทย์ทันที เพราะสิ่งเหล่านี้อาจเพิ่มภาวะแทรกซ้อนให้กับคุณได้ 

สำหรับอาการแทรกซ้อนที่เราสามารถสังเกตเห็นได้ก็คือ ในบางคนอาจมีการหายใจดังเสียงฮืด ๆ บางคนอาจมีภาวะหัวใจเต้นเร็ว , หายใจลำบาก ที่บริเวณอวัยวะอย่างลิ้น ริมฝีปาก หรือคอจะมีอาการบวมแบบผิดปกติ ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง  และสำหรับขั้นรุนแรงมากก็คือการสูญเสียสติ จนหมดสติเป็นลม ซึ่งถือเป็นสิางที่ควรพึงระวังให้มากที่สุด 

การแต้มยาบริเวณริมฝีปาก ปลายนิ้ว หรือนิ้วเท้า ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีทางการรักษา หากคุณเคยมีภาวะภูมิแพ้มาก่อน แพทย์ของคุณอาจสั่งจ่ายยา EpiPen ซึ่งมันคือปริมาณอะดรีนาลีนที่จะถูกฉีดเพื่อทำการรักษาอย่างทันที นี่คืออะดรีนาลินชนิดที่ออกฤทธิ์เร็ว โดยจะใช้เพื่อบรรเทาปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันที่รุนแรงต่อสารก่อภูมิแพ้

แต่อย่างไรก็ตามคุณควรหมั่นพบแพทย์อย่างต่อเนื่องทันทีหลังจากใช้ EpiPen แม้ว่าอาการของคุณจะลดลงหรือหายไปอย่างมาก เนื่องจากความเป็นไปได้ของปฏิกิริยาระลอกที่สองที่ไม่ตอบสนองต่อ epinephrine

อาการแพ้สับปะรดเป็นอย่างไร หากอยากรู้ที่นี่มีคำตอบ !  5

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

หากคุณมีอาการแพ้สับปะรด คุณควรหลีกเลี่ยงทั้งสับปะรดที่เป็นในรูปแบบกระป๋องและสับปะรดสด และแน่นอนว่าคุณไม่ควรดื่มน้ำสับปะรดหากคุณแพ้สับปะรด และโปรดทราบว่าสับปะรดอาจแฝงตัวอยู่ในอาหารอื่นๆ เช่นแกงบางชนิด พิซซ่าบางชนิด รวมถึงบางส่วนของผลิตภัณฑ์ที่อาจใช้ส่วนผสมจากสับปะรด อย่างเช่น  สลัดผลไม้กระป๋องหรือค็อกเทล Salsa สับปะรด, เหล้ารัมสับปะรด, แยมสับปะรด, เค้กผลไม้, ขนมปังกล้วย, สับปะรดโซดาหรือน้ำอัดลม, พันช์ผลไม้เมืองร้อน, 

รวมถึงเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล์ในเขตร้อนอย่างเช่น มาการิต้าและพินาโคลาดา, ลูกอมผลไม้ ดังนี้นคุณต้องอย่าลืมตรวจสอบฉลากที่ระบุส่วนผสมในอาหารก่อนซื้อทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสับปะรดเป็นส่วนประกอบของอาหารชนิดนั้นๆและเมื่อใดก็ตามที่คุณไปทานอาหารนอกบ้านที่ร้านอาหาร ให้แจ้งพนักงานเสิร์ฟของคุณว่าคุณแพ้สับปะรด วิธีนี้จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการสัมผัสผลไม้โดยไม่ตั้งใจ 

นอกจากนี้นคุณควรทราบว่า เอนไซม์ในสับปะรดอาจเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวได้เช่นกัน ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่เรามักใช้อยู่เป็นประจำซึ่งก็คือ สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม และครีมทาหน้า ครีมทาผิว คุณควรตรวจสอบรายการส่วนผสมเสมอ และอย่าใช้ผลิตภัณฑ์หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในนั้น อีกทั้งยังรวมถึงดารงดสัมผัสกับน้ำยาล้างจานที่มีส่วนผสมของสับปะรด หรือหากคุณจำเป็นต้องสัมผัส ได้โปรดสวมถุงมือเพื่อป้องกันการสัมผัสแบบโดยตรง 

อาการแพ้สับปะรดเป็นอย่างไร หากอยากรู้ที่นี่มีคำตอบ ! 6

ควรไปพบแพทย์เมื่อใด

หากคุณสงสัยว่าคุณแพ้สับปะรด ให้ปรึกษาแพทย์ พวกเขาอาจแนะนำให้กินยาต้านฮีสตามีนแบบเม็ดที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์เพื่อบรรเทาอาการของคุณ เช่น ไดเฟนไฮดรามีน (เบนาดริล)

หากคุณเคยมีอาการภูมิแพ้ แพทย์จะสั่งจ่ายยา EpiPen ที่คุณสามารถใช้ได้หากคุณมีอาการแพ้

หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง ให้ถือว่าสถานการณ์นี้เป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ โทรหาบริการฉุกเฉินในพื้นที่ของคุณหรือให้คนขับรถไปส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

อาการแพ้สับปะรดเป็นอย่างไร หากอยากรู้ที่นี่มีคำตอบ ! 7

ได้ผักคุณนาทราบถึงประโยชน์ดีๆที่เกี่ยวกับเรื่องราวของ อาการแพ้สับปะรดเป็นอย่างไร หากอยากรู้ที่นี่มีคำตอบ ! กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามโอกาสแซงจะเป็นประโยชน์สำหรับการดูแลสุขภาพของคุณได้มากยิ่งขึ้น แล้วพบกันใหม่กับบทความในครั้งต่อไปนะคะสำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

https://www.healthline.com/

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสุขภาพแนวหน้าในประเทศไทย

รวมเรื่องน่ารู้สำหรับพ่อแม่มือใหม่

เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับผู้หญิง

ดูแลผิวพรรณ เส้นผม เครื่องสำอาง