Search
Search
Search
Close this search box.

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับสาเหตุของอาการปวดตา ที่มาจากการใช้คอมพิวเตอร์พร้อมวิธีแก้ปัญหา ! 

ปวดตา

สารบัญ

สำหรับท่านใดที่มักประสบปัญหาในเรื่องของอาการปวดตา ที่มักมีสาเหตุมาจากการจดจ่อทำงานอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวันยังเป็นประจำ ต้องไม่ควรพลาดเพราะในครั้งนี้เราจะมาพูดถึง  สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับสาเหตุของอาการปวดตา ที่มาจากการใช้คอมพิวเตอร์พร้อมวิธีแก้ปัญหา ! หรือที่บางครั้งใครเป็นคน Computer Vision Syndrome หรืออาการตาล้าแบบดิจิทัล เกิดขึ้นเพราะดวงตาของเราต้องทำงานหนักเมื่อดูหน้าจอ ซึ่งนอกจากการใช้คอใพิวเตอร์แล้ว การใช้เวลานานในการดูโทรศัพท์ แท็บเล็ต จอคอมพิวเตอร์ และโทรทัศน์ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณสามารถถปวดตาและมีอาการล้าตาได้ไม่ต่างกัน หากอยากทราบถึงวิธีรักษาและรายละเอียดที่น่าสนใจแล้วเราไปชมเนื้อหาสาระได้พร้อมๆกันเลยดังวต่อไปนี้ ! 

สาเหตุหลักของอาการปวดตาที่มาจาการใช้คอมพิวเตอร์ 

สาเหตุหลักของอาการปวดตาที่มาจาการใช้คอมพิวเตอร์ 

การดูหน้าจอดิจิทัลเป็นเวลานานอาจทำให้ดวงตาของคนทำงานหนักมากกว่าคนปกติที่ไม่ค่อยใช้เครื่องสื่อสาร หรืออยู่กับหย้าจอคอมพิวเตอร์มากนัก เนื่องจากในหน้าจอมีแสงสีฟ้า ที่อาจทำให้ดวงตาอ่อนล้า ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการมองเห็นได้

ตามที่ American Optometric Association ได้อธิบายว่า ดวงตาจะมีความเครียดมากขึ้น เมื่อเราดูหน้าจอเทียบเท่ากับเมื่อเราอ่านคำที่พิมพ์ส่งบนหน้าจอ เพราะเราจำเป็นต้องเพ่ง และการเพ่งก้คือการจดจู่และจับจ้องต่อสิ่งๆในจอ  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตัวอักษรบนหน้าจอจำนวนมากไม่ได้กำหนดไว้อย่างแน่ชัดเท่ากับตัวอักษรที่พิมพ์ออกมา นอกจากนี้ยังเป็นเพราะหน้าจอจำนวนมาก อาจทำให้ดวงตาได้รับผลกระทบจากแสงสะท้อนได้ ทั้งหมดนี้สามารถทำให้ดวงตาของบุคคลจดจ่อทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นั้นทำงานหนักมากกว่าผู้ที่ชมโทรทัศน์ 

ปัจจัยอื่นๆ อาจทำให้คอมพิวเตอร์ปวดตาได้ ตัวอย่างเช่น บางคนดูหน้าจอจากระยะทางและมุมที่ไม่เหมาะสม สิ่งนี้สามารถนำไปสู่การใช้ท่าทางที่อึดอัดและตึงเครียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากบุคคลนั้นมีปัญหาด้านการมองเห็น

นอกจากนี้ หนึ่งในแหล่งตรวจสอบที่เชื่อถือได้ระบุว่าอัตราการกะพริบตาของผู้ที่จดจ่อคอมพิวเตอร์และหน้าจอนั้น ลดลงอย่างมากซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ดวงตาแห้งได้นั่นเอง 

อย่างไรก็ตามการกะพริบตาเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อย เพราะมันช่วยให้พื้นผิวของดวงตาสะอาด และมีการหล่อลื่น การกะพริบที่ลดลงนี้อาจอธิบายอาการตาล้าของคอมพิวเตอร์ได้บ้าง ซึ่งการที่คนเราไม่ค่อยกระพริบตานั้นอาจส่งผลทำให้เกิดอาการต่างๆเหล่านี้ได้ เช่น ตาเหนื่อยและเครียด, ไม่สบายตา

ตาแห้ง ระคายเคือง หรือแสบตา ,มองเห็นภาพซ้อนเมื่อมองหน้าจอหรือมองเข้าไปในระยะไกล ความยากลำบากในการโฟกัสด้วยดวงตา , ความไวต่อแสงจ้า และอาการปวดหัว นอกจากนี้การใช้คอมพิวเตอร์อย่างผิดองศาก็อาจส่งผลให้คุณมีอาการ ปวดคอและไหล่ได้ ดังนั้นเราควรให้ความใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้ เพื่อลดความเจ็บปวดต่อดวงตาและร่างกายในขณะที่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเหล่านี้นั่นเอง 

บริหารดวงตาโดยการใช้ตาออกกำลังกาย

การออกกำลังกายบางอย่างอาจช่วยป้องกันและจัดการกับอาการปวดตาของคอมพิวเตอร์ได้ ตัวอย่างเช่น American Optometric Association แนะนำให้ผู้คนปฏิบัติตามกฎ 20-20-20 การปฏิบัติตามกฎนี้หมายถึงการดูสิ่งที่อยู่ห่างออกไป 20 ฟุตเป็นเวลา 20 วินาทีหลังจากดูหน้าจอทุกๆ 20 นาที

โดยการใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน เพื่อให้ดวงตาของเราได้ในการออกกำลังกาย โดยการโฟกัสดวงตาไปยังสิ่งอื่นๆ นอกจากการจดจ่ออยู่กับหน้าจอ ให้เริ่มจาก ลองค่อยๆ ใช้ดวงตาของคุณสลับไปมาระหว่างการจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ไกลกับบางสิ่งที่อยู่ใกล้เคียง เช่น วางขวดน้ำไว้ใกล้ๆและวางกระดาษไว้ห่างออกไปอีกระยะหนึ่ง จากนั้นให้คุณค่อยโฟกัสระหว่างขวดน้ำและกระดาษไปมา จากใกล้และไกล รวมไปถึงซ้ายและขวา 

ต่อมาให้ลองบริหารดวงตาโดยการมองดูพื้นจากชั้นที่อยู่ ห่างออกไป 8 ฟุต จากนั้นให้เราค่อยๆ ขยับตาเป็นลักษณะรูปแปดเหลี่ยมโดยใช้เวลาในการปฏิบัติประมาณ 30 วินาที ในทิศทางหนึ่ง จากนั้นทำแบบนี้อีก 30 วินาทีไปในอีกทิศทางหนึ่งอย่างเท่ากัน เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ดวงตาของคุณคลายความเครียดลงได้มากยิ่งขึ้น 

มีหลักฐานบางอย่างที่ชี้ว่าการออกกำลังกายดวงตาเหล่านี้ สามารถช่วยแก้ปวดตาจากคอมพิวเตอร์ได้ จากงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า การมองวัตถุที่อยู่ห่างไกลในช่วงพักจากการทำงานสามารถลดอาการของ Computer Vision Syndrome ได้อย่างมาก อีกทั้งยังทำให้อาการล้าและแสบตาลดลวงได้ด้วยเช่นกัน 

นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์บางคนยังแนะนำว่าการออกกำลังกายด้วยการกะพริบตา อาจมีประโยชน์ในการจัดการกับอาการปวดตาของคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างเช่น บางคนอาจพบว่าการฟื้นตัวของอัตราการกะพริบปกติเมื่อดูหน้าจอช่วยบรรเทาอาการบางอย่างได้ 

รักษาอย่างไรได้บ้าง ? 

มีปัจจัยอื่นๆ หลายอย่างที่อาจช่วยป้องกันและจัดการกับอาการปวดตาจากการใช้จอคอมพิวเตอร์ได้ตัวอย่างเช่น บทความหนึ่งจากแหล่งที่เชื่อถือได้แนะนำว่า การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมอาจเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูอาการปวดตาและแสบตาได้  ผู้เขียนบทความเหล่านั้นได้ศึกษาและทราบว่าการควบคุมความเข้มของแสงก็สามารถช่วยลดแสงสะท้อนได้

นอกจากนี้ ผู้คนต่างต้องการความเข้มแสงที่แตกต่างกันออกไปเพื่อใช้ในการทำงาน เข่น ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีอาจต้องการแสงเป็นสองเท่าของผู้ที่มีอายุ 20 ปี 

อีกทั้งยังมีข้อแนะนำจากบทความต่างๆอีกว่าการจัดเตรียมเวิร์กสเตชันที่เหมาะสมเช่นทำให้ลดความตึงเครียดของสายตาได้ เช่น การเว้นระยะจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ประมาณ 35-40 นิ้ว หรือวางหน้าจอควรให้อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 5-6นิ้วเพียงเท่านี้ก็จะทำให้การโฟกัสง่ายขึ้น ซึ่งเป็นการลดความเมื่อยล้าและตึงเครียดไปได้ และคุณก็สามารถปรับเปลี่ยนหรือจัดวางหน้าจอของคุณให้เหมาะสมได้เช่นกัน โดยคำนึงถึงท่านั่งที่สบายในการทำงานด้วยนั่นเอง 

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ ?

ใครก็ตามที่มีอาการตาล้าของคอมพิวเตอร์ทำให้รู้สึกไม่สบายหรือบกพร่องทางด้านการมองเห็นต้องไม่ควรมองข้าม เพราะมันมีสำคัญและอาจส่งผลระทบต่อดวงตาได้หลานประการ ดังนั้นควรพิจารณาและไปพบแพทย์หรือเข้ารับการตรวจตาทันมีเมื่อรู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติ 

นอกจากนี้ การค้นหาข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับนักบำบัดสายตาในท้องถิ่นก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ควรให้ความใส่ใจ นักบำบัดโรคทางสายตาสามารถช่วยได้ด้วยการออกกำลังกายและการฝึกบริหารกล้ามเนื้อตา ซึ่งอาจช่วยให้ปวดตาจากคอมพิวเตอร์ได้ ซึ่งรวมถึงการฝึกโฟกัสและการฝึกกะพริบตา ตามข้อมูลข้างต้นที่เราได้แนะนำไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งนั่นคือวิธีเบื้องต้นที่อาจทำให้คลายความตึงเครียดของดวงตาได้ก่อนเข้าพบแพทย์ อีกทั้งการใช้แสงสว่างให้เหมาะสมก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญดังนั้นคุณควรเปิดไฟในขณะใช้คอมพิวเตอร์ไม่ควรใช้คอมพิวเตอร์ในที่มืดเพราะจะทำให้สายตาเสียได้ 

แว่นตา

อาการตาล้าจากการใช้คอมพิวเตอร์บางอาการสามารถพัฒนาหรือแย่ลงได้ เนื่องจากปัญหาการมองเห็น บางคนอาจไม่ทราบถึงปัญหาได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากบุคคลใดสงสัยว่ามีปัญหาด้านการมองเห็นที่ซ่อนอยู่ สิ่งสำคัญคือต้องพบผู้เชี่ยวชาญด้านตา เพราะผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาสามารถทดสอบสายตาของแต่ละบุคคลได้ วิธีนี้สามารถช่วยให้พวกเขากำหนดชนิดของแว่นตา หรือเลนส์แก้ไขที่เหมาะสมกับความต้องการของบุคคลแต่ละบุคคลได้ และที่สำคัญคือไม่ควรเลือกใช้แว่นตาเองเพราะอาจจะยิ่งทำให้ดวงตาของคุณนั้นแย่ลงแทนที่จะดีขึ้น 

อาการตาล้าของคอมพิวเตอร์เป็นภาวะที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดบ่อยขึ้นในอนาคต เนื่องจากมีงานจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เราอาจต้องใช้เวลานานในการอยู่กับหน้าจอ ทั้งยังมีการวิจัยเพียงเกี่ยวกับอาการปวดตาของคอมพิวเตอร์ เช่นเดียวกับการป้องกันและการจัดการ และสิ่งเดียวที่แน่นอนที่ควรแก้ไขแบบเบื้องต้นก็คือการลดเวลาในการทำงานที่ต้องใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอโทรศัพท์มือลง ซึ่งถทอเป็นวิธีรที่ดีที่สุด หรืออาจเริ่มต้นจากการงดใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์ในช่วงวันหยุดก็ได้ จากนี้การให้สายตาของคุณได้ออกกำลังกายโดยการใช้กฎ 20-20-20  ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้กล้ามเนื้อดวงตาได้บริหาร ได้เช่นกันและที่สำคัญคือการพบแพทย์หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านดวงตาก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรให้ความใส่ใจ

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับสาเหตุของอาการปวดตา 1
สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับสาเหตุของอาการปวดตา 2

สำหรับวันนี้พวกเราทีมงานต้องฝากเรื่องราว  สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับสาเหตุของอาการปวดตา ที่มาจากการใช้คอมพิวเตอร์พร้อมวิธีแก้ปัญหา ! ไว้แต่เพียงเท่านี้แล้วกลับมาพบกับพวกเราได้ใหม่ในบทความครั้งต่อไปนะคะสำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ 

https://www.medicalnewstoday.com/

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสุขภาพแนวหน้าในประเทศไทย

รวมเรื่องน่ารู้สำหรับพ่อแม่มือใหม่

เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับผู้หญิง

ดูแลผิวพรรณ เส้นผม เครื่องสำอาง