Search
Search
Search
Close this search box.

วิธี “ถนอมสายตาของลูกน้อย” ไม่ให้เสี่ยงกับการสายตาเสีย !

ลูกน้อย

สารบัญ

   เมื่อลูกเข้าสู่วัยเรียนก็เริ่มมีพัฒนาการต่างๆ การอ่านหนังสือ ดูทีวี เล่นเกมส์ รวมไปถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ทุกอย่างมีการใช้สายตาที่มากขึ้น ในเด็กบางคนเริ่มมีการใส่แว่นตา วันนี้เราจะมาบอกถึงวิธีถนอมสายตาของลูกว่าควรทำอย่างไร รวมถึงวิธีป้องกันเพื่อถนอมสายตาของลูก ไม่ให้เสี่ยงต่อสายตาเสีย

   คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มักรู้อยู่แล้วว่า จอเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะกับเด็กเท่าไรนัก เพราะนอกจากจะมีผลต่อพัฒนาการของลูกแล้ว การเพ่งมองจอต่างๆ ทำให้สายตาเราเมื่อยล้า แสบตา ได้อีกด้วย หากจำเป็นที่เด็กไต้องใช้จอมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่มีส่วนช่วยลูกหาวิธีป้องกัน และคอยช่วยสอดส่องพฤติกรรมการใช้จอ ใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ของลูกให้มากขึ้น 

1. พยายามอย่าให้ลูกจ้องหน้าจอใกล้เกินไป

เพราะสายตาของลูกจะได้รับแสงสีฟ้า ซึ่งมีผลกระทบต่อการทำงานของเลนส์ตาและจอประสาทตาได้ หากมีการเพ่ง หรือจ้องมองในระยะที่ใกล้เกินไป ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นฝึกให้ลูกดูหน้าจอโดยเว้นระยะห่างกับสายตาอย่างน้อย ประมาณ 1 ฟุต หรือ 30 เซนติเมตร เพื่อช่วยป้องกันสายตาเสียนั่นเอง

2. การปรับความสว่างของหน้าจออย่างเหมาะสม

2. การปรับความสว่างของหน้าจออย่างเหมาะสม

เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยถนอมสายตาของลูกน้อยได้ ควรปรับความสว่างที่หน้าจออย่างเหมาะสม เพราะในอุปกรณ์ที่มีหน้าจอเหล่านี้จะมีแสงสีฟ้าที่มีพลังงานสูง ซึ่งใกล้เคียงรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ซึ่งมีผลกระทบต่อดวงตาโดยตรง

  ดังนั้น ทุกครั้งที่จะต้องใช้หน้าจอ ไม่ควรปิดไฟ และในพื้นที่ที่จะต้องใช้จอนั้นต้องมีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อเป็นการถนอมสายตาลูก หรืออีกวิธีหนึ่งคือการติดฟิล์มถนอมสายตาบนหน้าจอ เพื่อช่วยลดแสงสีฟ้าจากหน้าจอนั่นเอง 

3. การจำกัดเวลาในการเล่นเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์

3. การจำกัดเวลาในการเล่นเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์

ทุกชนิดเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำ โดยตั้งกฎเกณฑ์เรื่องเวลาในการใช้งานอย่างเช่นคอมพิวเตอร์โทรศัพท์แท็บเลทอาจจะตั้งกฎโดยอนุญาตให้ลูกใช้ภายใน 1 ชั่วโมงต่อวัน อาจในเฉพาะช่วงที่ต้องเรียนออนไลน์เท่านั้น เมื่อถึงวันหยุดอาจเพิ่มเป็น 2 ชั่วโมงต่อวัน แต่ควรให้ลูกได้พักสายตาทุกๆ 20 นาที อาจให้เขาได้เล่นเกมบ้าง เพื่อเป็นการพัฒนาไอคิวแต่ต้องจำกัดเวลาให้ชัดเจน

4. การรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา

4. การรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา

ก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะนอกจากจะทำให้ลูกได้รับประโยชน์ จากสารอาหารแล้ว การทานอาหารยังช่วยดูแลสายตาของลูกได้ ควรให้ลูกทานผลไม้ที่มีวิตามินเอและลูทีนสูง เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา โดยเฉพาะ ผักใบเขียว อะโวคาโด และผลไม้ประกูลเบอร์รี่ต่างๆ 

   ฝึกให้ลูกเล่นอย่างสมดุล เมื่อเด็กติดแท็บเล็ต ติดอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ต่างๆ ก็มีส่วนทำให้เด็กขาดการปฎิสัมพันธ์กับครอบครัว เพื่อนๆ และสังคม และอาจเล่นแบบใช้จินตนาการขาดหายไป โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กอาจลดลง

5. คุณพ่อคุณแม่จึงควรจัดสรรเวลาให้ลูก

ในการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อย่างสมดุล ควรควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมอื่นๆ อย่างเช่น วาดรูป ร้องเพลง ออกกำลังกาย และเล่นกีฬาต่างๆ แต่ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ควรทำควบคู่ไปกับลูกด้วยเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับลูก ไม่ให้เกิดความห่างเหินเพิ่มขึ้น 

6. การให้ลูกทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น

6. การให้ลูกทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น

อย่างเช่น การเล่นกีฬาเป็นทีม ประเภทฟุตบอล บาสเกตบอล ก็ได้ เพื่อทำให้ลูกมีปฏิสัมพันธ์ตอบโต้กับผู้อื่นได้ และไม่ยึดติดกับการเล่นโทรศัพท์ แท็บเลท อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ จนมากเกินไป ซึ่งเป็นเหตุให้สายตาเสียได้ นี่นับเป็นวิธีการป้องกันอีกทางหนึ่ง

7. นอกจากคุณพ่อคุณแม่จะตั้งกฎเกณฑ์กติกา

7. นอกจากคุณพ่อคุณแม่จะตั้งกฎเกณฑ์กติกา

ให้ลูกแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ควรมีวินัยในการใช้เทคโนโลยีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อย่างเหมาะสมเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับลูก ไม่ใช่ติดโทรศัพท์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งวัน เพราะจะทำให้ลูกซึมซับพฤติกรรมเหล่านี้ จนยากที่จะห้ามได้ ให้คุณลองเปลี่ยนเป็นการอ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ เพราะเป็นการทำให้ลูก ไม่ต้องติดเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์จนเกินความจำเป็น 

หวังว่าคุณคงถูกใจบทความ วิธี “ถนอมสายตาของลูกน้อย” ไม่ให้เสี่ยงกับการสายตาเสีย !  อันนี้

เครดิตภาพ : babifirst.co.th , google.com

https://www.laservisionthai.com/

credit. ดัมมี่ออนไลน์

Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสุขภาพแนวหน้าในประเทศไทย

รวมเรื่องน่ารู้สำหรับพ่อแม่มือใหม่

เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับผู้หญิง

ดูแลผิวพรรณ เส้นผม เครื่องสำอาง